
สรุปข่าว
ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ ที่บากี โอลิมปิย่า สตาดิโอนู ประเทศอาเซอร์ไบจาน "ไก่งวง" ตุรกี ลงสนามพบ "มังกรแดง" เวลส์ ลงทำการแข่งขันเวลา 23.00 น.
ครึ่งเวลาแรก
เริ่มเกมการแข่งขันมาในนาทีที่ 8 เป็นทางฝั่งเวลส์ที่ได้ลุ้นแบบจะแจ้งก่อนจากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล แทงบอลทะลุช่องให้ อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลหลุดเเข้าเขตโทษ ก่อนล็อคบอลหลบกองหลังตรกี แล้วตัดสินใจยิง แต่ยังไปติดเซฟของ อูกูร์จาน ซาเคียร์ ใช้ขาสะกัดบอลออกหลังไปได้
นาทีที่ 13 แดเนี่ยล เจมส์ ได้บอลหลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนได้เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น คีฟเฟอร์ มัวร์ ที่ได้โหม่งเต็มๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป
นาทีที่ 24 แกเร็ธ เบล ได้จังหวะครองบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนยกบอลข้ามกองหลังตุรกีให้ อารอน แรมซี่ย์ หลุดเดี่ยวโล่งๆ ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลเหินข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ
นาทีที่ 30 ตุรกี ได้เตะมุมทางฝั่งซ้ายก่อนเป็น ฮาคาน ชัลฮาโนกลู ที่รับหน้าที่โหม่งเข้ามาก่อนเป็น คาน อายฮาน ที่ได้โหม่งบอลพุ่งไปที่เสาก่อนที่จะมีกองหลังเวส์โหม่งสะกัดบอลออกมาได้
นาทีที่ 43 แกเร็ธ เบล ได้โอกาสตักบอลให้ อารอน แรมซี่ย์ ที่หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนได้จังหวะพักอก แล้วยิงผ่านมือของ อูกูร์จาน ซาเคียร์ เข้าประตูไป ช่วยให้ เวลส์ ออกนำ ตุรกี 1-0
ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูออกนำได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เวลส์ นำ ตุรกี 1-0
ครึ่งเวลาหลัง
เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 53 อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายเข้ากลางมาหน้ากรอบเขตโทษให้ แกเร็ธ เบล ได้จังหวะยิงเต็มข้อแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป
นาทีที่ 60 แกเร็ธ เบล ได้บอลขึ้นมาก่อนพยายามเลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่มาโดน เซกี้ เซลิค สะกัดล้มลง ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น แกเร็ธ เบล ที่รับหน้าที่ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป
นาทีที่ 90+6 เวลส์ได้เตะมุม ก่อนเป็น แกเร็ธ เบล ที่เลี้ยงบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษง่ายๆ ก่อนจ่ายให้ คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ ที่ได้โอกาสยิงง่ายๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ เวลส์ นำ ตุรกี 2-0
ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เวลส์ เอาชนะ ตุรกี 2-0 ส่งผลให้ "มังกรแดง" มี 4 แต้มจาก 2 นัด แซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว ขณะที่ "ไก่งวง" ส่อแววตกรอบเป็นทีมแรก
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ตุรกี (4-1-4-1) : อูกูร์จาน ซาเคียร์ ; เซกี้ เซลิค,คาน อายฮาน, ซากลาร์ โซยุนชู, อูมุต เมลาส (เมิร์ท มุลดูร์ น.72); โอคาย โยคุสลู (เมรีห์ เดมิราล น.46) ; เจนกิส อุนแดร์ (อีร์ฟาน คาห์เวชี่ น.83), โอซาน ตูฟาน (ยูซุฟ ยาซิซี่ น.46),เคนาน คารามาน (ฮาลิล แดร์วิโซกลู น.75), ฮาคาน ชัลฮาโนกลู ; บูรัค ยิลมาซ
เวลส์ (4-2-3-1) : แดนนี่ วอร์ด ; คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์, คริส เมแพม, โจ โรดอน, เบน เดวิส ; โจ อัลเลน (อีธาน แอมปาดู น.73), โจ มอร์เรลล์ ; แกเร็ธ เบล, อารอน แรมซี่ย์ (แฮร์รี่ วิลสัน น.84), แดเนี่ยล เจมส์ (เนโก้ วิลเลี่ยมส์ น.90+3); คีฟเฟอร์ มัวร์
- เลวานฯ ปัดข่าวลือย้ายทีม! ยืนยันจะอยู่ช่วย บาร์ซ่า ต่อไป
- เคน ชื่นชม บาเยิร์นฯ เสริมทัพยอดเยี่ยม หลังคว้าตัว ทาห์ มาร่วมทีม
- มาดริด ปิดดีลคว้า เทรนต์ อย่างเป็นทางการ!
- เปิดประวัติ ซน เฮือง มิน ... ยอดนักเตะที่เกือบไม่เคยคว้าแชมป์!
- คนร้ายขับรถยนต์พุ่งชนแฟนบอลลิเวอร์พูลไม่เลือกหน้าขณะฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก
- รวบชายขับรถพุ่งชนแฟนบอลลิเวอร์พูลฉลองแชมป์
- เดส์ช็องส์ ยกย่อง ยามาล! รับยังไม่เคยเห็นทีมไหนหยุดได้
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand