รู้จัก "มีนา"นักศึกษาเภสัชศาสตร์จาก สปป.ลาว ข้ามประเทศตามฝันบนเวที The Voice Thailand 2026

จากห้องเรียนเภสัชศาสตร์ สู่เวทีตามฝัน
ชื่อของ “มีนา พูนสี เฮอหว่างตั่ว” กลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ถูกพูดถึงทันทีหลัง The Voice Thailand 2026 EP.4 ออกอากาศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพราะเธอไม่ได้มาเพียงเพื่อท้าทายตัวเองบนเวที Blind Auditions แต่ยังพาความฝันจาก สปป.ลาว ข้ามพรมแดนมาสู่รายการเพลงในประเทศไทยด้วย

มีนาเปิดเผยบนเวทีว่าเธอมาจากเวียงจันทน์ และกำลังศึกษาอยู่ด้านเภสัชศาสตร์ ภาพของนักศึกษาที่ต้องแบ่งเวลาให้กับการเรียน ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าตามความฝันด้านดนตรี ทำให้เรื่องราวของเธอมีเสน่ห์ตั้งแต่ก่อนเริ่มร้องเพลง เพราะนี่คือการลองก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย เพื่อพิสูจน์ว่าเสียงเพลงที่รักจะพาเธอไปได้ไกลแค่ไหน
“คืนจันทร์” ในเวอร์ชันเสียงใสและกีตาร์หนึ่งตัว
สำหรับเพลงที่มีนาเลือกมาร้องคือ “คืนจันทร์” ของ “เสก โลโซ” บทเพลงที่คนฟังชาวไทยคุ้นเคยถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเสียงร้องใสและการเล่นกีตาร์ประกอบของเธอเอง การแสดงไม่ได้เน้นการโชว์เทคนิคเกินจำเป็น แต่ใช้โทนเสียงที่มีเอกลักษณ์และการถ่ายทอดอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้บรรยากาศบนเวทีเปลี่ยนจากความเงียบในช่วงเริ่มต้นไปเป็นเสียงปรบมือและเสียงเชียร์หลังจบเพลง
จุดเด่นอีกอย่างของมีนาคือความชื่นชอบดนตรีแจ๊ส เธอเล่าว่าอยากร้องเพลงแจ๊ส และความสนใจด้านนี้ก็กลายเป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุยกับเหล่าโค้ช โดยเฉพาะโค้ชคิ้มที่มองเห็นสีสันทางดนตรีในตัวเธอ ขณะที่โค้ชโอ๊ตชื่นชมความสามารถและศักยภาพของมีนา พร้อมมองว่าเธอสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศิลปินได้

จากคำชม กลายเป็นศึกชิงลูกทีมกลางเวที
หลังการแสดง มีนาต้องเผชิญกับช่วงเวลาตัดสินใจที่เข้มข้น เมื่อโค้ชคิ้มพยายามชวนเธอร้องเพลงแจ๊สเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน แต่โค้ชจ๋ายก็เลือกใช้จังหวะสำคัญกดปุ่ม Super Block ตัดโอกาสของโค้ชคิ้มออกจากการชิงตัวมีนา ทำให้เกิดโมเมนต์ทั้งลุ้นและเรียกเสียงหัวเราะจากการแซวกันระหว่างโค้ช
โค้ชจ๋ายยังประกาศมอบปุ่ม Block ครั้งสุดท้ายให้มีนา ขณะที่โค้ชโอ๊ตก็พยายามสื่อสารถึงโอกาสในการพัฒนาเสียงร้องและการทำงานด้านดนตรี เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การเลือกทีมของมีนาไม่ใช่เพียงการเลือกโค้ชจากความประทับใจ แต่เป็นการเลือกเส้นทางทางดนตรีที่เธออยากเดินต่อบนเวทีนี้

มีนาเลือก “ทีมโค้ชจ๋าย”
แม้มีนาจะยอมรับว่าโค้ชคิ้มอยู่ในใจมาตั้งแต่อยู่ลาว และยังเล่าว่าคนที่บ้านเกิดจำนวนไม่น้อยเชียร์ให้เธอเลือกโค้ชก้อง แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ เธอเลือก “โค้ชจ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี” เป็นโค้ชของตัวเอง หลังจากโค้ชก้องไม่ได้กดหันเก้าอี้มาตั้งแต่ช่วงการแสดง และโค้ชคิ้มถูก Super Block ออกจากตัวเลือก

การเลือกครั้งนี้ทำให้มีนาได้เข้าไปเป็นสมาชิกทีมโค้ชจ๋าย และกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของทีมที่ต้องติดตามต่อในรอบถัดไป สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันคือการได้เห็นว่าเสียงใสที่มาพร้อมความชื่นชอบแจ๊สของเธอจะถูกพัฒนาไปในทิศทางใด และเธอจะนำประสบการณ์จากการเรียนเภสัชศาสตร์ รวมถึงรากวัฒนธรรมจากเวียงจันทน์ มาผสมกับเส้นทางศิลปินได้อย่างไร
เรื่องราวของมีนาจึงไม่ใช่แค่การเดินทางมาร้องเพลงหนึ่งเพลงบนเวที The Voice Thailand 2026 แต่คือการยืนยันว่า ความฝันอาจเริ่มต้นจากคนละประเทศ คนละห้องเรียน หรือคนละเส้นทางชีวิตได้เสมอ หากเจ้าของความฝันกล้าที่จะเดินทางออกมาตามหาโอกาสด้วยตัวเอง
สรุปข่าว
จากห้องเรียนเภสัชศาสตร์ สู่เวทีตามฝัน
ชื่อของ “มีนา พูนสี เฮอหว่างตั่ว” กลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ถูกพูดถึงทันทีหลัง The Voice Thailand 2026 EP.4 ออกอากาศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพราะเธอไม่ได้มาเพียงเพื่อท้าทายตัวเองบนเวที Blind Auditions แต่ยังพาความฝันจาก สปป.ลาว ข้ามพรมแดนมาสู่รายการเพลงในประเทศไทยด้วย

มีนาเปิดเผยบนเวทีว่าเธอมาจากเวียงจันทน์ และกำลังศึกษาอยู่ด้านเภสัชศาสตร์ ภาพของนักศึกษาที่ต้องแบ่งเวลาให้กับการเรียน ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าตามความฝันด้านดนตรี ทำให้เรื่องราวของเธอมีเสน่ห์ตั้งแต่ก่อนเริ่มร้องเพลง เพราะนี่คือการลองก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย เพื่อพิสูจน์ว่าเสียงเพลงที่รักจะพาเธอไปได้ไกลแค่ไหน
“คืนจันทร์” ในเวอร์ชันเสียงใสและกีตาร์หนึ่งตัว
สำหรับเพลงที่มีนาเลือกมาร้องคือ “คืนจันทร์” ของ “เสก โลโซ” บทเพลงที่คนฟังชาวไทยคุ้นเคยถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเสียงร้องใสและการเล่นกีตาร์ประกอบของเธอเอง การแสดงไม่ได้เน้นการโชว์เทคนิคเกินจำเป็น แต่ใช้โทนเสียงที่มีเอกลักษณ์และการถ่ายทอดอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้บรรยากาศบนเวทีเปลี่ยนจากความเงียบในช่วงเริ่มต้นไปเป็นเสียงปรบมือและเสียงเชียร์หลังจบเพลง
จุดเด่นอีกอย่างของมีนาคือความชื่นชอบดนตรีแจ๊ส เธอเล่าว่าอยากร้องเพลงแจ๊ส และความสนใจด้านนี้ก็กลายเป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุยกับเหล่าโค้ช โดยเฉพาะโค้ชคิ้มที่มองเห็นสีสันทางดนตรีในตัวเธอ ขณะที่โค้ชโอ๊ตชื่นชมความสามารถและศักยภาพของมีนา พร้อมมองว่าเธอสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศิลปินได้

จากคำชม กลายเป็นศึกชิงลูกทีมกลางเวที
หลังการแสดง มีนาต้องเผชิญกับช่วงเวลาตัดสินใจที่เข้มข้น เมื่อโค้ชคิ้มพยายามชวนเธอร้องเพลงแจ๊สเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน แต่โค้ชจ๋ายก็เลือกใช้จังหวะสำคัญกดปุ่ม Super Block ตัดโอกาสของโค้ชคิ้มออกจากการชิงตัวมีนา ทำให้เกิดโมเมนต์ทั้งลุ้นและเรียกเสียงหัวเราะจากการแซวกันระหว่างโค้ช
โค้ชจ๋ายยังประกาศมอบปุ่ม Block ครั้งสุดท้ายให้มีนา ขณะที่โค้ชโอ๊ตก็พยายามสื่อสารถึงโอกาสในการพัฒนาเสียงร้องและการทำงานด้านดนตรี เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การเลือกทีมของมีนาไม่ใช่เพียงการเลือกโค้ชจากความประทับใจ แต่เป็นการเลือกเส้นทางทางดนตรีที่เธออยากเดินต่อบนเวทีนี้

มีนาเลือก “ทีมโค้ชจ๋าย”
แม้มีนาจะยอมรับว่าโค้ชคิ้มอยู่ในใจมาตั้งแต่อยู่ลาว และยังเล่าว่าคนที่บ้านเกิดจำนวนไม่น้อยเชียร์ให้เธอเลือกโค้ชก้อง แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ เธอเลือก “โค้ชจ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี” เป็นโค้ชของตัวเอง หลังจากโค้ชก้องไม่ได้กดหันเก้าอี้มาตั้งแต่ช่วงการแสดง และโค้ชคิ้มถูก Super Block ออกจากตัวเลือก

การเลือกครั้งนี้ทำให้มีนาได้เข้าไปเป็นสมาชิกทีมโค้ชจ๋าย และกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของทีมที่ต้องติดตามต่อในรอบถัดไป สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันคือการได้เห็นว่าเสียงใสที่มาพร้อมความชื่นชอบแจ๊สของเธอจะถูกพัฒนาไปในทิศทางใด และเธอจะนำประสบการณ์จากการเรียนเภสัชศาสตร์ รวมถึงรากวัฒนธรรมจากเวียงจันทน์ มาผสมกับเส้นทางศิลปินได้อย่างไร
เรื่องราวของมีนาจึงไม่ใช่แค่การเดินทางมาร้องเพลงหนึ่งเพลงบนเวที The Voice Thailand 2026 แต่คือการยืนยันว่า ความฝันอาจเริ่มต้นจากคนละประเทศ คนละห้องเรียน หรือคนละเส้นทางชีวิตได้เสมอ หากเจ้าของความฝันกล้าที่จะเดินทางออกมาตามหาโอกาสด้วยตัวเอง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : The Voice Thailand 2026
