Dispatch เผยผลการกู้แชต ชี้ไม่ใช่ "คิมซูฮยอน" แต่โดนปลอมชื่อ

Share on Line Share on Facebook Share on X
Dispatch เผยผลการกู้แชต ชี้ไม่ใช่ "คิมซูฮยอน" แต่โดนปลอมชื่อ

สำนักข่าวชื่อดังอย่าง Dispatch ได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานและผลการสืบสวนจากทางตำรวจ ที่พิสูจนว่าแชตฉาวดังกล่าว ไม่ใช่บทสนทนาของคิมซูฮยอน  แต่เกิดจากการตัดต่อและสร้างข้อมูลเท็จ 

ผลนิติวิทยาศาสตร์กู้คืนข้อมูล แชตปัญหาไม่ได้มาจากคิมซูฮยอน

จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการกู้คืนข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องที่คิมแซรนเคยใช้งาน เช่น iPhone 7, iPhone 8, iPhone SE และ iPhone 13 Mini รวมถึงภาพแคปหน้าจอคากาโอทอล์กเกือบ 200 ภาพบนระบบคลาวด์ ผลลัพธ์กลับไม่พบหลักฐานว่าคิมซูฮยอนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเธอในช่วงที่เป็นเยาวชนเลย

 ในช่วงปี 2017–2018 คิมแซรนใช้ iPhone 7 ซึ่งบันทึกประวัติการโทรหาคิมซูฮยอนไว้เพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น และเธอยังเป็นฝ่ายโทรไปเอง นอกจากนี้ในแชตกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็แทบไม่มีการพูดถึงนักแสดงหนุ่มเลย

บทสนทนาเจ้าปัญหาอย่าง "เมื่อไหร่จะได้นอนกอดเธอ?" ที่ระบุผู้ส่งเป็น Unknown (ไม่ทราบชื่อ) แท้จริงแล้วผู้ส่งคือ นักแสดงชาย A โดยในข้อความต้นฉบับดั้งเดิมมีการเอ่ยชื่อของนักแสดง A อยู่ถึงสองครั้ง แต่ชื่อดังกล่าวกลับถูกตัดออกไป

นอกจากนี้คำรับสารภาพจากพนักงานช่องยูทูบ "กาเซยอน" ระบุว่า คิมเซอึย ได้สั่งการให้พนักงานเปลี่ยนชื่อผู้ส่งจาก Unknown ให้กลายเป็นชื่อ คิมซูฮยอน เพื่อสร้างกระแสข่าว และผลการวิเคราะห์สไตล์การพิมพ์พบว่า นักแสดง A มักพิมพ์คำสะกดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อย่างเคร่งครัด ในขณะที่คิมซูฮยอนมักใช้ภาษาพิมพ์แบบวัยรุ่น รวมถึงการใช้พยัญชนะเลียนเสียงหัวเราะหรือเสียงออดอ้อนก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความจริงเรื่องระยะเวลาการคบหาและผลประโยชน์แอบแฝง

รูปถ่ายคู่ที่เคยถูกนำมาอ้างว่าทั้งสองคบกันตั้งแต่ฝ่ายหญิงยังเป็นเด็กนักเรียน แท้จริงแล้วจากการตรวจสอบพบว่า ภาพส่วนใหญ่ถ่ายขึ้นในช่วงปี 2019–2020 ซึ่งเป็นช่วงที่คิมแซรนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งตรงกับคำแถลงของคิมซูฮยอนที่เคยชี้แจงว่า ทั้งคู่เริ่มคบหากันหลังจากที่ฝ่ายหญิงบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ การสร้างข่าวเท็จเรื่องคบเด็กและคุกคามทางเพศ  ยังสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้กับช่องที่กุข่าวขึ้นมา โดยทางอัยการตรวจพบว่ารายการที่นำเสนอข่าวโจมตีคิมซูฮยอนมากกว่า 25 ครั้ง สามารถกวาดรายได้จากโฆษณาและเงินบริจาคไปรวมกว่า 169.4 ล้านวอน (ประมาณ 4.26 ล้านบาท)

 



สรุปข่าว

ผลนิติวิทยาศาสตร์และตำรวจตรวจสอบมือถือคิมแซรน ไม่พบหลักฐานคิมซูฮยอนคบหาเชิงชู้สาวช่วงฝ่ายหญิงเป็นเยาวชน โดยข้อความเจ้าปัญหาแท้จริงมาจากนักแสดงชาย A แต่ถูกช่องยูทูบตัดต่อเปลี่ยนชื่อเพื่อสร้างกระแส

สำนักข่าวชื่อดังอย่าง Dispatch ได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานและผลการสืบสวนจากทางตำรวจ ที่พิสูจนว่าแชตฉาวดังกล่าว ไม่ใช่บทสนทนาของคิมซูฮยอน  แต่เกิดจากการตัดต่อและสร้างข้อมูลเท็จ 

ผลนิติวิทยาศาสตร์กู้คืนข้อมูล แชตปัญหาไม่ได้มาจากคิมซูฮยอน

จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการกู้คืนข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องที่คิมแซรนเคยใช้งาน เช่น iPhone 7, iPhone 8, iPhone SE และ iPhone 13 Mini รวมถึงภาพแคปหน้าจอคากาโอทอล์กเกือบ 200 ภาพบนระบบคลาวด์ ผลลัพธ์กลับไม่พบหลักฐานว่าคิมซูฮยอนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเธอในช่วงที่เป็นเยาวชนเลย

 ในช่วงปี 2017–2018 คิมแซรนใช้ iPhone 7 ซึ่งบันทึกประวัติการโทรหาคิมซูฮยอนไว้เพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น และเธอยังเป็นฝ่ายโทรไปเอง นอกจากนี้ในแชตกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็แทบไม่มีการพูดถึงนักแสดงหนุ่มเลย

บทสนทนาเจ้าปัญหาอย่าง "เมื่อไหร่จะได้นอนกอดเธอ?" ที่ระบุผู้ส่งเป็น Unknown (ไม่ทราบชื่อ) แท้จริงแล้วผู้ส่งคือ นักแสดงชาย A โดยในข้อความต้นฉบับดั้งเดิมมีการเอ่ยชื่อของนักแสดง A อยู่ถึงสองครั้ง แต่ชื่อดังกล่าวกลับถูกตัดออกไป

นอกจากนี้คำรับสารภาพจากพนักงานช่องยูทูบ "กาเซยอน" ระบุว่า คิมเซอึย ได้สั่งการให้พนักงานเปลี่ยนชื่อผู้ส่งจาก Unknown ให้กลายเป็นชื่อ คิมซูฮยอน เพื่อสร้างกระแสข่าว และผลการวิเคราะห์สไตล์การพิมพ์พบว่า นักแสดง A มักพิมพ์คำสะกดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อย่างเคร่งครัด ในขณะที่คิมซูฮยอนมักใช้ภาษาพิมพ์แบบวัยรุ่น รวมถึงการใช้พยัญชนะเลียนเสียงหัวเราะหรือเสียงออดอ้อนก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความจริงเรื่องระยะเวลาการคบหาและผลประโยชน์แอบแฝง

รูปถ่ายคู่ที่เคยถูกนำมาอ้างว่าทั้งสองคบกันตั้งแต่ฝ่ายหญิงยังเป็นเด็กนักเรียน แท้จริงแล้วจากการตรวจสอบพบว่า ภาพส่วนใหญ่ถ่ายขึ้นในช่วงปี 2019–2020 ซึ่งเป็นช่วงที่คิมแซรนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งตรงกับคำแถลงของคิมซูฮยอนที่เคยชี้แจงว่า ทั้งคู่เริ่มคบหากันหลังจากที่ฝ่ายหญิงบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ การสร้างข่าวเท็จเรื่องคบเด็กและคุกคามทางเพศ  ยังสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้กับช่องที่กุข่าวขึ้นมา โดยทางอัยการตรวจพบว่ารายการที่นำเสนอข่าวโจมตีคิมซูฮยอนมากกว่า 25 ครั้ง สามารถกวาดรายได้จากโฆษณาและเงินบริจาคไปรวมกว่า 169.4 ล้านวอน (ประมาณ 4.26 ล้านบาท)

 



ที่มาข้อมูล : Dispatch

ที่มารูปภาพ : goldmedalist