ดราม่าเดือด “อิลสลิก” แจ้งความช่างแต่งหน้า ปมปะทะคารมระหว่างเตรียมขึ้นเวที ต่างฝ่ายโต้คนละมุม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ดราม่าเดือด “อิลสลิก” แจ้งความช่างแต่งหน้า ปมปะทะคารมระหว่างเตรียมขึ้นเวที ต่างฝ่ายโต้คนละมุม

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีดราม่าระหว่างทีมช่างแต่งหน้ากับศิลปินชื่อดังอย่าง อิลสลิก หลังช่างแต่งหน้ารายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์การทำงาน โดยอ้างว่าได้รับคำพูดที่ดูถูกและไม่ให้เกียรติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ต่อมา อิลสลิกได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีกับช่างแต่งหน้าซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น ท่ามกลางการออกมาชี้แจงจากบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่าย

ล่าสุด นักร้องในทีมของอิลสลิกได้ออกมาอธิบายเหตุการณ์ในอีกมุม โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างที่ทีมช่างเข้ามาทำงาน และศิลปินกำลังซ้อมเพลงเพื่อเตรียมขึ้นเวที

ตามคำชี้แจง ระหว่างการซ้อมนั้น ช่างทำผมมีการเปิดคลิปตลกบนไอแพด ซึ่งมีเสียงรบกวนสมาธิของศิลปิน จึงมีการขอให้ปิดเสียง แต่เมื่อยังพบว่ามีการเปิดคลิปอยู่ จึงตัดสินใจให้ยุติการแต่งหน้าและไม่ต้องทำผมต่อ

นักร้องในทีมยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีการดูถูก เหยียดหยาม หรือใช้คำหยาบคายตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่พอใจกับพฤติกรรมที่มองว่าไม่มีมารยาทและรบกวนสมาธิระหว่างการซ้อม


นอกจากนี้ ยังระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 20 นาที และหลังจากนั้นทีมช่างยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน โดยมีการพูดคุยกับผู้ประสานงานและทำความเข้าใจกันแล้วอย่างไรก็ตาม นักร้องในทีมได้ทิ้งท้ายว่า หากมีการกล่าวหา บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือพาดพิงจนทำให้ทีมงานและศิลปินได้รับความเสียหาย ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง


ด้านช่างแต่งหน้าซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องราวต้นประเด็น ได้ออกมาชี้แจงกลับว่า เหตุการณ์ไม่ได้มีเพียงเรื่องเสียงคลิปวิดีโอเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดอื่นเกิดขึ้นก่อนที่นักร้องในทีมจะเข้ามาพูดคุย

เจ้าตัวยืนยันว่า ก่อนหน้านั้นมีการต่อว่าและใช้ถ้อยคำรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว พร้อมอธิบายว่า ช่างทำผมเปิด TikTok ระหว่างรอทำงานจริง แต่เปิดเสียงในระดับเบา และเมื่อถูกทักก็ได้กล่าวขอโทษทันที

อย่างไรก็ตาม ช่างแต่งหน้าระบุว่า แม้จะมีการขอโทษแล้ว แต่อีกฝ่ายยังคงแสดงอารมณ์ไม่พอใจและต่อว่าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทีมช่างรู้สึกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่สามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผลและความสุภาพได้

ขณะที่ช่างทำผมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ได้ออกมาเล่ารายละเอียดเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าเปิด TikTok ระหว่างรอแต่งหน้าจริง แต่ยืนยันว่าเปิดเสียงเบาและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

เจ้าตัวระบุว่า ได้ปิดโทรศัพท์ไปแล้วก่อนที่ศิลปินจะพูดว่าเกิดความรำคาญ พร้อมยืนยันว่า ทั้งตนเองและช่างแต่งหน้าได้กล่าวขอโทษหลายครั้ง และยังพร้อมทำงานต่อให้เสร็จ

แต่หลังจากนั้นกลับถูกต่อว่าและมีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย จึงอยากให้แยกประเด็นความผิดพลาดในการทำงานออกจากเรื่องการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ เพราะมองว่าทั้งสองส่วนเป็นคนละเรื่องกัน

ขณะนี้เรื่องราวยังคงมีการโต้ตอบกันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายต่างยืนยันรายละเอียดในมุมของตัวเอง ขณะที่ทีมงานของอิลสลิกแสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่โพสต์ข้อความกล่าวหา รวมถึงผู้ที่พาดพิงจนก่อให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ยังคงเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการชี้แจงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ผู้ติดตามจึงควรพิจารณาข้อมูลจากหลายด้าน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

สรุปข่าว

ดราม่าร้อนต่อเนื่อง หลังช่างแต่งหน้าโพสต์เล่าเหตุการณ์ถูกศิลปินดังพูดจาไม่ให้เกียรติ ด้าน “อิลสลิก” ระบุแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่นักร้องในทีมและช่างทำผมออกมาชี้แจงรายละเอียด ยืนยันข้อเท็จจริงในมุมของตัวเอง

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีดราม่าระหว่างทีมช่างแต่งหน้ากับศิลปินชื่อดังอย่าง อิลสลิก หลังช่างแต่งหน้ารายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์การทำงาน โดยอ้างว่าได้รับคำพูดที่ดูถูกและไม่ให้เกียรติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ต่อมา อิลสลิกได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีกับช่างแต่งหน้าซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น ท่ามกลางการออกมาชี้แจงจากบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่าย

ล่าสุด นักร้องในทีมของอิลสลิกได้ออกมาอธิบายเหตุการณ์ในอีกมุม โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างที่ทีมช่างเข้ามาทำงาน และศิลปินกำลังซ้อมเพลงเพื่อเตรียมขึ้นเวที

ตามคำชี้แจง ระหว่างการซ้อมนั้น ช่างทำผมมีการเปิดคลิปตลกบนไอแพด ซึ่งมีเสียงรบกวนสมาธิของศิลปิน จึงมีการขอให้ปิดเสียง แต่เมื่อยังพบว่ามีการเปิดคลิปอยู่ จึงตัดสินใจให้ยุติการแต่งหน้าและไม่ต้องทำผมต่อ

นักร้องในทีมยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีการดูถูก เหยียดหยาม หรือใช้คำหยาบคายตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่พอใจกับพฤติกรรมที่มองว่าไม่มีมารยาทและรบกวนสมาธิระหว่างการซ้อม


นอกจากนี้ ยังระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 20 นาที และหลังจากนั้นทีมช่างยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน โดยมีการพูดคุยกับผู้ประสานงานและทำความเข้าใจกันแล้วอย่างไรก็ตาม นักร้องในทีมได้ทิ้งท้ายว่า หากมีการกล่าวหา บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือพาดพิงจนทำให้ทีมงานและศิลปินได้รับความเสียหาย ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง


ด้านช่างแต่งหน้าซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องราวต้นประเด็น ได้ออกมาชี้แจงกลับว่า เหตุการณ์ไม่ได้มีเพียงเรื่องเสียงคลิปวิดีโอเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดอื่นเกิดขึ้นก่อนที่นักร้องในทีมจะเข้ามาพูดคุย

เจ้าตัวยืนยันว่า ก่อนหน้านั้นมีการต่อว่าและใช้ถ้อยคำรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว พร้อมอธิบายว่า ช่างทำผมเปิด TikTok ระหว่างรอทำงานจริง แต่เปิดเสียงในระดับเบา และเมื่อถูกทักก็ได้กล่าวขอโทษทันที

อย่างไรก็ตาม ช่างแต่งหน้าระบุว่า แม้จะมีการขอโทษแล้ว แต่อีกฝ่ายยังคงแสดงอารมณ์ไม่พอใจและต่อว่าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทีมช่างรู้สึกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่สามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผลและความสุภาพได้

ขณะที่ช่างทำผมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ได้ออกมาเล่ารายละเอียดเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าเปิด TikTok ระหว่างรอแต่งหน้าจริง แต่ยืนยันว่าเปิดเสียงเบาและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

เจ้าตัวระบุว่า ได้ปิดโทรศัพท์ไปแล้วก่อนที่ศิลปินจะพูดว่าเกิดความรำคาญ พร้อมยืนยันว่า ทั้งตนเองและช่างแต่งหน้าได้กล่าวขอโทษหลายครั้ง และยังพร้อมทำงานต่อให้เสร็จ

แต่หลังจากนั้นกลับถูกต่อว่าและมีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย จึงอยากให้แยกประเด็นความผิดพลาดในการทำงานออกจากเรื่องการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ เพราะมองว่าทั้งสองส่วนเป็นคนละเรื่องกัน

ขณะนี้เรื่องราวยังคงมีการโต้ตอบกันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายต่างยืนยันรายละเอียดในมุมของตัวเอง ขณะที่ทีมงานของอิลสลิกแสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่โพสต์ข้อความกล่าวหา รวมถึงผู้ที่พาดพิงจนก่อให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ยังคงเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการชี้แจงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ผู้ติดตามจึงควรพิจารณาข้อมูลจากหลายด้าน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : เพจ : Illslick - TheLegendary