"ทอม ครูซ" ไม่หวั่น "Digger" โดนวิจารณ์หนัก รายได้เปิดตัวแป้ก

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ทอม ครูซ" ไม่หวั่น "Digger" โดนวิจารณ์หนัก รายได้เปิดตัวแป้ก

ถึงแม้ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Digger จะเจอมรสุมหนัก ทั้งคำวิจารณ์เชิงลบและรายได้เปิดตัวที่ไม่เป็นไปตามเป้า แต่พระเอก  ทอม ครูซ (Tom Cruise) ในวัย 64 ปี ก็ยังคงออกมาเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจและแสดงความภาคภูมิใจในผลงานชิ้นนี้ 

 ภาพยนตร์เรื่อง Digger เป็นผลงานแนวแบล็กคอเมดีตลกร้ายที่ทอม ครูซ ตั้งใจทุ่มทุนสร้างสูงถึง 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 4,500 ล้านบาท) โดยได้แท็กทีมกับผู้กำกับอย่าง   Alejandro G. Iñárritu จาก The Revenant

ความพิเศษของเรื่องนี้คือการที่ทอม ครูซ ยอมสลัดภาพจำเดิม ๆ มารับบทเป็น "ดิ๊กเกอร์ ร็อกเวลล์" มหาเศรษฐีน้ำมัน โดยต้องใส่วิกและแต่งหน้าด้วยเทคนิคพิเศษจนดูแปลกตาจำแทบไม่ได้ เพื่อถ่ายทอดบทบาทตัวละครที่พยายามแก้ปัญหาภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมา

รายได้ร่วงหนัก คำวิจารณ์สับเละสุดในรอบหลายปี

แม้จะจัดเต็มทั้งทุนสร้างและรายชื่อผู้กำกับ แต่กระแสหลังเข้าฉายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมากลับไม่เป็นใจ โดยทำรายได้วันแรกไปเพียง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่ารายได้รวมสัปดาห์แรกจะไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ ซึ่งนับเป็นตัวเลขเปิดตัวที่น่าผิดหวังที่สุดของทอม ครูซ ในรอบเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่เรื่อง Lions for Lambs เมื่อปี 2007 โดยสวนทางกับหนังเรื่อง Verity ที่นำแสดงโดย แอนน์ แฮทธาเวย์ ซึ่งเข้าฉายพร้อมกันและกวาดรายได้ไปถึง 33 ล้านดอลลาร์

ในฝั่งของนักวิจารณ์ก็ออกมาให้คะแนนแบบน่าใจหาย หนังได้คะแนนบน Rotten Tomatoes ไปเพียง 51% และได้เกรด CinemaScore จากคนดูจริงไปแค่ C+ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เรื่อง The Mummy ในปี 2017 แถมสื่อดังอย่าง Boston Globe ยังวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นภาพยนตร์ยาว 128 นาทีที่น่าเบื่อและวุ่นวายจนดูได้ยาก

 


สรุปข่าว

ภาพยนตร์เรื่อง "Digger" ของทอม ครูซ เผชิญคำวิจารณ์เชิงลบและรายได้เปิดตัวที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำสถิติเปิดตัวแย่ที่สุดในรอบเกือบ 20 ปีของเขา แม้จะเป็นหนังตลกร้ายทุนสร้างสูง 125 ล้านดอลลาร์

ถึงแม้ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Digger จะเจอมรสุมหนัก ทั้งคำวิจารณ์เชิงลบและรายได้เปิดตัวที่ไม่เป็นไปตามเป้า แต่พระเอก  ทอม ครูซ (Tom Cruise) ในวัย 64 ปี ก็ยังคงออกมาเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจและแสดงความภาคภูมิใจในผลงานชิ้นนี้ 

 ภาพยนตร์เรื่อง Digger เป็นผลงานแนวแบล็กคอเมดีตลกร้ายที่ทอม ครูซ ตั้งใจทุ่มทุนสร้างสูงถึง 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 4,500 ล้านบาท) โดยได้แท็กทีมกับผู้กำกับอย่าง   Alejandro G. Iñárritu จาก The Revenant

ความพิเศษของเรื่องนี้คือการที่ทอม ครูซ ยอมสลัดภาพจำเดิม ๆ มารับบทเป็น "ดิ๊กเกอร์ ร็อกเวลล์" มหาเศรษฐีน้ำมัน โดยต้องใส่วิกและแต่งหน้าด้วยเทคนิคพิเศษจนดูแปลกตาจำแทบไม่ได้ เพื่อถ่ายทอดบทบาทตัวละครที่พยายามแก้ปัญหาภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมา

รายได้ร่วงหนัก คำวิจารณ์สับเละสุดในรอบหลายปี

แม้จะจัดเต็มทั้งทุนสร้างและรายชื่อผู้กำกับ แต่กระแสหลังเข้าฉายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมากลับไม่เป็นใจ โดยทำรายได้วันแรกไปเพียง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่ารายได้รวมสัปดาห์แรกจะไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ ซึ่งนับเป็นตัวเลขเปิดตัวที่น่าผิดหวังที่สุดของทอม ครูซ ในรอบเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่เรื่อง Lions for Lambs เมื่อปี 2007 โดยสวนทางกับหนังเรื่อง Verity ที่นำแสดงโดย แอนน์ แฮทธาเวย์ ซึ่งเข้าฉายพร้อมกันและกวาดรายได้ไปถึง 33 ล้านดอลลาร์

ในฝั่งของนักวิจารณ์ก็ออกมาให้คะแนนแบบน่าใจหาย หนังได้คะแนนบน Rotten Tomatoes ไปเพียง 51% และได้เกรด CinemaScore จากคนดูจริงไปแค่ C+ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เรื่อง The Mummy ในปี 2017 แถมสื่อดังอย่าง Boston Globe ยังวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นภาพยนตร์ยาว 128 นาทีที่น่าเบื่อและวุ่นวายจนดูได้ยาก

 


 ไม่นอยด์  ยืนยันภูมิใจในทีมงาน พร้อมเสียงหนุนจากผู้กำกับดัง

แม้จะมีกระแสลบถาโถมเข้ามา แต่ทอม ครูซ ก็ไม่หวั่นไหว เจ้าตัวได้โพสต์ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำลงโซเชียลมีเดียพร้อมเปิดใจว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทีมงานและนักแสดงที่มีฝีมือ และรู้สึกภูมิใจกับผลงานที่ทุกคนตั้งใจสร้างสรรค์ออกมาอย่างที่สุด

นอกจากนี้ ผู้กำกับชื่อดังอย่าง Guillermo del Toro ก็ได้ออกมาโพสต์ให้กำลังใจและปกป้องภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยระบุว่า ไม่ว่าคนดูจะชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ แต่ Digger คือผลงานที่มีความทะเยอทะยาน มีสเกลที่ยิ่งใหญ่ และเป็นงานภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าต่อการรับชมในโรงภาพยนตร์ 

ขณะเดียวกัน นักวิจารณ์อีกฝั่งก็ยังคงเอ่ยชมการแสดงของทอม ครูซ ว่าเป็นบทบาทที่แปลกใหม่และน่าทึ่ง ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Digger กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ถูกพูดถึงและเกิดข้อถกเถียงกันอย่างดุเดือดในวงการฮอลลีวูด ณ ตอนนี้

ที่มาข้อมูล : osen

ที่มารูปภาพ : Warner Bros. Pictures