"ลิซ่า" เปิดใจดราม่าคลิปหลุดเหยียดเชื้อชาติ ยอมรับตอนนั้นยังเด็ก ไม่เข้าใจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ลิซ่า"  เปิดใจดราม่าคลิปหลุดเหยียดเชื้อชาติ ยอมรับตอนนั้นยังเด็ก ไม่เข้าใจ

ไม่นานมานี้  ลิซ่า ได้ออกมาเปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อบันเทิงระดับโลกอย่าง Variety ของสหรัฐอเมริกา โดยเธอได้พูดถึงมรสุมชีวิตในอดีต รวมถึงประเด็นดราม่าคลิปหลุดสมัยยังเป็นเด็กฝึกหัดในค่าย YG Entertainment

สารภาพจากใจ รู้สึกผิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด

หนึ่งในเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เธออย่างมาก คือกรณีคลิปวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกหลุดออกมาในโลกออนไลน์ ซึ่งในคลิปนั้นลิซ่าและเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ได้ร้องเพลงตามเนื้อร้องที่มีคำศัพท์เหยียดเชื้อชาติอย่าง N-Word

ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ค่ายต้นสังกัดในขณะนั้นไม่ให้เธอโต้อบหรือออกมาชี้แจง ส่งผลให้เธอต้องเผชิญกับกระแสต้านอย่างหนัก ถึงขั้นเคยโดนขู่เอาชีวิตจากผู้ที่นำคลิปมาปล่อยเลยทีเดียว

ลิซ่าเปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงใจว่า เธออยากขอโทษจากใจจริง ในเวลานั้นเธอยังเด็กและไม่เข้าใจถึงความหมายหรือความละเอียดอ่อนของคำดังกล่าว แต่ปัจจุบันเธอได้เรียนรู้และเข้าใจแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงที่เธอต้องเตรียมตัวสำหรับเวทีโซโล่ที่ Coachella 2025 จนทำให้รู้สึกเศร้าและกดดัน แต่เธอก็พยายามอย่างหนักจนผ่านพ้นมันมาได้

ย้อนวันวานชีวิตเด็กฝึก 5 ปีที่แลกมาด้วยความอดทน

เส้นทางสู่การเป็นซุปตาร์ระดับโลกของลิซ่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเข้าเป็นเด็กฝึกต่างชาติคนแรกของ YG ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเอาชนะผู้สมัครกว่า 4,000 คน และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานถึง 5 ปีเต็ม

ชีวิตในวัยเยาว์ของเธอต้องถูกจำกัดเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห้ามมีแฟน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสอบใบขับขี่ หรือแม้แต่การออกไปเจอเพื่อน  จนกระทั่งอายุ 25 ปี เธอถึงเพิ่งเคยมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการเที่ยวคลับเป็นครั้งแรก

แม้การประเมินผลประจำเดือนจะเต็มไปด้วยความเครียดและความเจ็บปวดที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ เด็กฝึกทยอยถูกคัดออกและลาจากไป แต่ลิซ่ามองว่าประสบการณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งและกลายมาเป็นลิซ่าในวันนี้

 


สรุปข่าว

ลิซ่า BLACKPINK ได้เปิดใจผ่าน Variety ถึงดราม่าคลิปหลุดสมัยเป็นเด็กฝึกที่ร้องเพลงซึ่งมีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติ โดยเธอสารภาพว่าตอนนั้นยังเด็ก ไม่เข้าใจความหมาย แต่ปัจจุบันได้เรียนรู้และเข้าใจแล้ว และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ไม่นานมานี้  ลิซ่า ได้ออกมาเปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อบันเทิงระดับโลกอย่าง Variety ของสหรัฐอเมริกา โดยเธอได้พูดถึงมรสุมชีวิตในอดีต รวมถึงประเด็นดราม่าคลิปหลุดสมัยยังเป็นเด็กฝึกหัดในค่าย YG Entertainment

สารภาพจากใจ รู้สึกผิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด

หนึ่งในเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เธออย่างมาก คือกรณีคลิปวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกหลุดออกมาในโลกออนไลน์ ซึ่งในคลิปนั้นลิซ่าและเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ได้ร้องเพลงตามเนื้อร้องที่มีคำศัพท์เหยียดเชื้อชาติอย่าง N-Word

ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ค่ายต้นสังกัดในขณะนั้นไม่ให้เธอโต้อบหรือออกมาชี้แจง ส่งผลให้เธอต้องเผชิญกับกระแสต้านอย่างหนัก ถึงขั้นเคยโดนขู่เอาชีวิตจากผู้ที่นำคลิปมาปล่อยเลยทีเดียว

ลิซ่าเปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงใจว่า เธออยากขอโทษจากใจจริง ในเวลานั้นเธอยังเด็กและไม่เข้าใจถึงความหมายหรือความละเอียดอ่อนของคำดังกล่าว แต่ปัจจุบันเธอได้เรียนรู้และเข้าใจแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงที่เธอต้องเตรียมตัวสำหรับเวทีโซโล่ที่ Coachella 2025 จนทำให้รู้สึกเศร้าและกดดัน แต่เธอก็พยายามอย่างหนักจนผ่านพ้นมันมาได้

ย้อนวันวานชีวิตเด็กฝึก 5 ปีที่แลกมาด้วยความอดทน

เส้นทางสู่การเป็นซุปตาร์ระดับโลกของลิซ่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเข้าเป็นเด็กฝึกต่างชาติคนแรกของ YG ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเอาชนะผู้สมัครกว่า 4,000 คน และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานถึง 5 ปีเต็ม

ชีวิตในวัยเยาว์ของเธอต้องถูกจำกัดเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห้ามมีแฟน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสอบใบขับขี่ หรือแม้แต่การออกไปเจอเพื่อน  จนกระทั่งอายุ 25 ปี เธอถึงเพิ่งเคยมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการเที่ยวคลับเป็นครั้งแรก

แม้การประเมินผลประจำเดือนจะเต็มไปด้วยความเครียดและความเจ็บปวดที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ เด็กฝึกทยอยถูกคัดออกและลาจากไป แต่ลิซ่ามองว่าประสบการณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งและกลายมาเป็นลิซ่าในวันนี้

 


ก้าวสู่บทใหม่ในฐานะ CEO และหัวใจที่ไม่เคยทิ้ง BLACKPINK

หลังจากหมดสัญญากับ YG Entertainment ในปี 2024 ลิซ่าได้เริ่มต้นยุคใหม่ด้วยการก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองอย่าง LLOUD แม้ในช่วงแรกเธอจะยอมรับว่ารู้สึกกลัวเพราะต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ก็ทำให้เธอเติบโตและมีความมั่นใจมากขึ้น

ส่วนประเด็นเรื่องคอมเมนต์ลบและกระแสวิจารณ์ ลิซ่าชี้แจงว่า เธอเลือกที่จะไม่เก็บมาใส่ใจเพราะไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้ และการจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต

ปิดท้ายด้วยคำยืนยันที่ทำเอาเหล่าบลิ๊งค์ (BLINK) ยิ้มได้ เมื่อลิซ่ายืนยันถึงความผูกพันกับเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ว่า "ต่อให้ฉันอายุ 50 ปี ฉันก็ยังอยากทำ BLACKPINK อยู่ ตอนนี้พวกเราอาจจะแยกย้ายกันไปลุยงานโซโล่ แต่หัวใจของพวกเราอยู่ด้วยกันเสมอ"

สำหรับใครที่อยากติดตามเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางสายใหม่ของเธอ สามารถรอชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง  ALWAYS LISA ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกไปแล้วในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF) และมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคมนี้

ที่มาข้อมูล : Variety

ที่มารูปภาพ : lalalalisa_m