"ลิซ่า" เปิดใจดราม่าคลิปหลุดเหยียดเชื้อชาติ ยอมรับตอนนั้นยังเด็ก ไม่เข้าใจ

ไม่นานมานี้ ลิซ่า ได้ออกมาเปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อบันเทิงระดับโลกอย่าง Variety ของสหรัฐอเมริกา โดยเธอได้พูดถึงมรสุมชีวิตในอดีต รวมถึงประเด็นดราม่าคลิปหลุดสมัยยังเป็นเด็กฝึกหัดในค่าย YG Entertainment
สารภาพจากใจ รู้สึกผิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด
หนึ่งในเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เธออย่างมาก คือกรณีคลิปวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกหลุดออกมาในโลกออนไลน์ ซึ่งในคลิปนั้นลิซ่าและเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ได้ร้องเพลงตามเนื้อร้องที่มีคำศัพท์เหยียดเชื้อชาติอย่าง N-Word
ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ค่ายต้นสังกัดในขณะนั้นไม่ให้เธอโต้อบหรือออกมาชี้แจง ส่งผลให้เธอต้องเผชิญกับกระแสต้านอย่างหนัก ถึงขั้นเคยโดนขู่เอาชีวิตจากผู้ที่นำคลิปมาปล่อยเลยทีเดียว
ลิซ่าเปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงใจว่า เธออยากขอโทษจากใจจริง ในเวลานั้นเธอยังเด็กและไม่เข้าใจถึงความหมายหรือความละเอียดอ่อนของคำดังกล่าว แต่ปัจจุบันเธอได้เรียนรู้และเข้าใจแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงที่เธอต้องเตรียมตัวสำหรับเวทีโซโล่ที่ Coachella 2025 จนทำให้รู้สึกเศร้าและกดดัน แต่เธอก็พยายามอย่างหนักจนผ่านพ้นมันมาได้
ย้อนวันวานชีวิตเด็กฝึก 5 ปีที่แลกมาด้วยความอดทน
เส้นทางสู่การเป็นซุปตาร์ระดับโลกของลิซ่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเข้าเป็นเด็กฝึกต่างชาติคนแรกของ YG ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเอาชนะผู้สมัครกว่า 4,000 คน และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานถึง 5 ปีเต็ม
ชีวิตในวัยเยาว์ของเธอต้องถูกจำกัดเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห้ามมีแฟน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสอบใบขับขี่ หรือแม้แต่การออกไปเจอเพื่อน จนกระทั่งอายุ 25 ปี เธอถึงเพิ่งเคยมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการเที่ยวคลับเป็นครั้งแรก
แม้การประเมินผลประจำเดือนจะเต็มไปด้วยความเครียดและความเจ็บปวดที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ เด็กฝึกทยอยถูกคัดออกและลาจากไป แต่ลิซ่ามองว่าประสบการณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งและกลายมาเป็นลิซ่าในวันนี้
สรุปข่าว
ไม่นานมานี้ ลิซ่า ได้ออกมาเปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อบันเทิงระดับโลกอย่าง Variety ของสหรัฐอเมริกา โดยเธอได้พูดถึงมรสุมชีวิตในอดีต รวมถึงประเด็นดราม่าคลิปหลุดสมัยยังเป็นเด็กฝึกหัดในค่าย YG Entertainment
สารภาพจากใจ รู้สึกผิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด
หนึ่งในเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เธออย่างมาก คือกรณีคลิปวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกหลุดออกมาในโลกออนไลน์ ซึ่งในคลิปนั้นลิซ่าและเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ได้ร้องเพลงตามเนื้อร้องที่มีคำศัพท์เหยียดเชื้อชาติอย่าง N-Word
ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ค่ายต้นสังกัดในขณะนั้นไม่ให้เธอโต้อบหรือออกมาชี้แจง ส่งผลให้เธอต้องเผชิญกับกระแสต้านอย่างหนัก ถึงขั้นเคยโดนขู่เอาชีวิตจากผู้ที่นำคลิปมาปล่อยเลยทีเดียว
ลิซ่าเปิดเผยถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงใจว่า เธออยากขอโทษจากใจจริง ในเวลานั้นเธอยังเด็กและไม่เข้าใจถึงความหมายหรือความละเอียดอ่อนของคำดังกล่าว แต่ปัจจุบันเธอได้เรียนรู้และเข้าใจแล้ว และสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงที่เธอต้องเตรียมตัวสำหรับเวทีโซโล่ที่ Coachella 2025 จนทำให้รู้สึกเศร้าและกดดัน แต่เธอก็พยายามอย่างหนักจนผ่านพ้นมันมาได้
ย้อนวันวานชีวิตเด็กฝึก 5 ปีที่แลกมาด้วยความอดทน
เส้นทางสู่การเป็นซุปตาร์ระดับโลกของลิซ่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเข้าเป็นเด็กฝึกต่างชาติคนแรกของ YG ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเอาชนะผู้สมัครกว่า 4,000 คน และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานถึง 5 ปีเต็ม
ชีวิตในวัยเยาว์ของเธอต้องถูกจำกัดเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห้ามมีแฟน ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสอบใบขับขี่ หรือแม้แต่การออกไปเจอเพื่อน จนกระทั่งอายุ 25 ปี เธอถึงเพิ่งเคยมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการเที่ยวคลับเป็นครั้งแรก
แม้การประเมินผลประจำเดือนจะเต็มไปด้วยความเครียดและความเจ็บปวดที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ เด็กฝึกทยอยถูกคัดออกและลาจากไป แต่ลิซ่ามองว่าประสบการณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งและกลายมาเป็นลิซ่าในวันนี้
ก้าวสู่บทใหม่ในฐานะ CEO และหัวใจที่ไม่เคยทิ้ง BLACKPINK
หลังจากหมดสัญญากับ YG Entertainment ในปี 2024 ลิซ่าได้เริ่มต้นยุคใหม่ด้วยการก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองอย่าง LLOUD แม้ในช่วงแรกเธอจะยอมรับว่ารู้สึกกลัวเพราะต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ก็ทำให้เธอเติบโตและมีความมั่นใจมากขึ้น
ส่วนประเด็นเรื่องคอมเมนต์ลบและกระแสวิจารณ์ ลิซ่าชี้แจงว่า เธอเลือกที่จะไม่เก็บมาใส่ใจเพราะไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้ และการจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต
ปิดท้ายด้วยคำยืนยันที่ทำเอาเหล่าบลิ๊งค์ (BLINK) ยิ้มได้ เมื่อลิซ่ายืนยันถึงความผูกพันกับเพื่อนๆ สมาชิก BLACKPINK ว่า "ต่อให้ฉันอายุ 50 ปี ฉันก็ยังอยากทำ BLACKPINK อยู่ ตอนนี้พวกเราอาจจะแยกย้ายกันไปลุยงานโซโล่ แต่หัวใจของพวกเราอยู่ด้วยกันเสมอ"
สำหรับใครที่อยากติดตามเรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางสายใหม่ของเธอ สามารถรอชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ALWAYS LISA ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกไปแล้วในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF) และมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคมนี้
- "ลิซ่า" โพสต์ขอบคุณค่ะ หลัง MV “SaWaDiKa” ยอดวิวทะลุ 100 ล้านวิว
- "ลิซ่า" เปิดอกชีวิตไอดอล K-Pop ห้ามมีแฟน ต้องปิดบังความรักมาตลอด
- เปิดตัวปัง "ลิซ่า" จัดเต็มเพลงใหม่ "SaWaDiKa" ดัน Soft Power ไทย ยอดวิวทะลุล้าน!
- "ดอกไม้แห่งชาติ" โฉมหน้าสาวไทยผู้สร้างชื่อเสียงในเวทีโลก
- “ลิซ่า” ปล่อยตัวอย่างซิงเกิลใหม่ “SaWaDiKa” พร้อมรถตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์
ที่มาข้อมูล : Variety
ที่มารูปภาพ : lalalalisa_m
