ซึงรีปฏิเสธเด็ดขาด! ไม่ได้ทำร้ายใคร แค่ถือขวดเฉย ๆ

ซึงรี ตกเป็นข่าวถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทว่าล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่อ ชี้แจงความจริงในมุมของตัวเอง พร้อมยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ชนวนเหตุเกิดจากอะไร?
ย้อนกลับไปถึงกรณีที่สถานีตำรวจกังนัม ได้รับคำร้องทุกข์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยคู่กรณี นาย A วัย 30 กว่าปี อ้างว่าถูกซึงรีและกลุ่มเพื่อนทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านกังนัม เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 8 สิงหาคม
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึงรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Ilgan Sports เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอธิบายว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจากการที่ นาย A ซึ่งอยู่ในอาการเมาอย่างหนัก ได้เดินเข้ามาที่โต๊ะและร้องขอร่วมโต๊ะด้วยอย่างกะทันหัน จนเกิดการกระทบกระทั่งและถกเถียงกันเกิดขึ้น
"ในระหว่างที่ผมพยายามปฏิเสธและบอกว่าไม่สะดวกให้ร่วมโต๊ะ ยอมรับครับว่าผมได้หยิบขวดสุราขึ้นมาจริง แต่ผมแค่ถือเอาไว้เฉย ๆ ไม่ได้ยกขวดขึ้นมาเพื่อจะฟาด หรือข่มขู่คุกคามอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย" — ซึงรี กล่าวชี้แจง
สิ่งที่ทำให้ซึงรีรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก คือหลังจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งในตอนแรก ทั้งสองฝ่ายกลับสามารถปรับเข้าใจกันได้ โดยนาย A ได้มาร่วมโต๊ะนั่งพูดคุย ฟังเรื่องราวของกันและกัน รวมถึงร่วมดื่มเหล้าด้วยกันจนถึงขั้นแลกเบอร์โทรศัพท์และนับถือกันเป็นพี่น้อง
แถมในตอนที่ซึงรีจะเดินทางกลับบ้าน นาย A ยังเดินมาส่งด้วยความสนิทสนม และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง นาย A ยังได้ส่งข้อความมาหาซึงรีว่า "สัปดาห์หน้าจะนำแผนธุรกิจไปเสนอ" ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน กลับมีการไปแจ้งความตำรวจว่าถูกทำร้ายร่างกายเสียอย่างนั้น
สรุปข่าว
ซึงรี ตกเป็นข่าวถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทว่าล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่อ ชี้แจงความจริงในมุมของตัวเอง พร้อมยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ชนวนเหตุเกิดจากอะไร?
ย้อนกลับไปถึงกรณีที่สถานีตำรวจกังนัม ได้รับคำร้องทุกข์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยคู่กรณี นาย A วัย 30 กว่าปี อ้างว่าถูกซึงรีและกลุ่มเพื่อนทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านกังนัม เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 8 สิงหาคม
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึงรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Ilgan Sports เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอธิบายว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจากการที่ นาย A ซึ่งอยู่ในอาการเมาอย่างหนัก ได้เดินเข้ามาที่โต๊ะและร้องขอร่วมโต๊ะด้วยอย่างกะทันหัน จนเกิดการกระทบกระทั่งและถกเถียงกันเกิดขึ้น
"ในระหว่างที่ผมพยายามปฏิเสธและบอกว่าไม่สะดวกให้ร่วมโต๊ะ ยอมรับครับว่าผมได้หยิบขวดสุราขึ้นมาจริง แต่ผมแค่ถือเอาไว้เฉย ๆ ไม่ได้ยกขวดขึ้นมาเพื่อจะฟาด หรือข่มขู่คุกคามอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย" — ซึงรี กล่าวชี้แจง
สิ่งที่ทำให้ซึงรีรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก คือหลังจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งในตอนแรก ทั้งสองฝ่ายกลับสามารถปรับเข้าใจกันได้ โดยนาย A ได้มาร่วมโต๊ะนั่งพูดคุย ฟังเรื่องราวของกันและกัน รวมถึงร่วมดื่มเหล้าด้วยกันจนถึงขั้นแลกเบอร์โทรศัพท์และนับถือกันเป็นพี่น้อง
แถมในตอนที่ซึงรีจะเดินทางกลับบ้าน นาย A ยังเดินมาส่งด้วยความสนิทสนม และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง นาย A ยังได้ส่งข้อความมาหาซึงรีว่า "สัปดาห์หน้าจะนำแผนธุรกิจไปเสนอ" ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน กลับมีการไปแจ้งความตำรวจว่าถูกทำร้ายร่างกายเสียอย่างนั้น
งัดหลักฐาน CCTV เตรียมสู้คดีและฟ้องกลับ
เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ซึงรีระบุว่าเขาได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้พร้อมสำหรับการสืบสวนของตำรวจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประวัติข้อความแชต ที่คุยกับนาย A หลังเกิดเหตุ กล้องวงจรปิด (CCTV) บรรยากาศภายในร้านอาหาร คำให้การของพยานในเหตุการณ์ ทั้งพนักงานในร้านและพนักงานรับฝากรถ
นอกจากนี้ ในส่วนของเพื่อน ๆ ที่ร่วมโต๊ะในวันดังกล่าวซึ่งโดนแจ้งความไปด้วย ซึงรีเผยว่ากำลังพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อทำการ ฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ
