เปิดประวัติ “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” ตลกรุ่นใหญ่ เจ้าของภาพจำ “คนหัวหมอ”

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดประวัติ “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” ตลกรุ่นใหญ่ เจ้าของภาพจำ “คนหัวหมอ”

ข่าวการจากไปของ “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” หรือ สมพงษ์ ไกรธีรางกูร สร้างความอาลัยให้กับวงการตลกไทยและแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานมาอย่างยาวนาน โดยโอเลี้ยงเสียชีวิตในวัย 63 ปี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 หลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง  

ตลอดเส้นทางการทำงาน โอเลี้ยงเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงตลกที่เติบโตมากับระบบ “คณะตลก” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานสำคัญของวงการบันเทิงไทยในยุคหนึ่ง นักแสดงแต่ละคนมีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งการรับส่งมุก สร้างสีสัน และเสริมจังหวะให้การแสดงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน

โอเลี้ยงเคยร่วมงานกับทีม เป็ด เชิญยิ้ม ในช่วงปี 2540 ก่อนปรากฏชื่อเป็นสมาชิกคณะ ถั่วแระ เชิญยิ้ม ในช่วงปี 2543-2544 ประสบการณ์จากเวทีคณะเหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เขาสั่งสมทักษะการแสดงและเป็นที่จดจำในเวลาต่อมา 

อีกหนึ่งช่วงสำคัญในเส้นทางอาชีพของโอเลี้ยง คือการเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ผู้ชมคุ้นหน้าจาก “สภาโจ๊ก” รายการและกลุ่มนักแสดงตลกที่ได้รับความนิยมในยุคโทรทัศน์เฟื่องฟู โดยข่าวย้อนหลังในช่วงปี 2549 มีการเรียกเขาว่า “โอเลี้ยง สภาโจ๊ก” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำของเขาที่ผูกพันกับรายการดังกล่าวอย่างชัดเจน 

จากงานคณะและรายการโทรทัศน์ โอเลี้ยงยังมีภาพจำที่ติดตัวผู้ชมอีกชื่อหนึ่ง นั่นคือ “โอเลี้ยงคนหัวหมอ” จากรายการ “คนหัวหมอ” ซึ่งนำเรื่องกฎหมายใกล้ตัวมาถ่ายทอดผ่านสถานการณ์จำลองและมุกตลก เพื่อทำให้เนื้อหาที่เข้าใจยากเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น โดยโอเลี้ยงร่วมแสดงในรายการกับ เอ เชิญยิ้ม 

ชื่อ “คนหัวหมอ” จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อรายการ แต่กลายเป็นคำที่ผู้ชมและสื่อบันเทิงใช้เรียกโอเลี้ยงต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ด้วยบุคลิกการแสดงที่มีเอกลักษณ์และจังหวะการเล่นที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเรื่องราวบนหน้าจอ

เมื่อรูปแบบของวงการตลกเปลี่ยนแปลงไป โอเลี้ยงยังคงทำงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายการวาไรตี้ งานแสดง และงานโชว์ตัว รวมถึงขยับไปรับบทในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ หนึ่งในผลงานภาพยนตร์ที่มีการกล่าวถึง คือ “ส่ม ภัค เสี่ยน” ภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในปี 2560 และกำกับโดย เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา นอกจากนี้ ในปี 2564 โอเลี้ยงยังปรากฏตัวในรายการ GUESS MY AGE รู้หน้า ไม่รู้วัย พร้อมแสดงความสามารถทั้งการเลียนเสียงและการเต้น ซึ่งเป็นทักษะที่สะท้อนประสบการณ์บนเวทีของเขาได้เป็นอย่างดี 

ด้านงานละคร โอเลี้ยงรับบท “คำพูน” ในละครเรื่อง “ซิ่นลายโส้” ทางช่อง one31 ซึ่งออกอากาศในปี 2565 นับเป็นอีกบทบาทที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นความสามารถของเขาในฐานะนักแสดง นอกเหนือจากภาพจำของการเป็นตลกบนเวที  นอกเหนือจากภาพบนเวที โอเลี้ยงเคยเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บ Show ถึงชีวิตการทำงานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเล่าว่างานแสดงหายไปเป็นเวลานาน รายได้ลดลง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวด้วยตัวเอง 

เขายังอธิบายให้เห็นภาพการทำงานของตลกในยุคคณะว่า ค่าตัวส่วนใหญ่เป็นรายได้ของทั้งคณะ ไม่ใช่ของนักแสดงเพียงคนเดียว จึงต้องแบ่งให้สมาชิกหลายคน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องบ้าน การเดินทาง และการดูแลครอบครัวยังคงดำเนินต่อไป 

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ชมได้เห็นอีกมุมของนักแสดงตลกผู้สร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่น แต่ต้องเผชิญความผันผวนของอาชีพ ปัญหาด้านรายได้ และข้อจำกัดทางสุขภาพด้วยตัวเอง ท่ามกลางความพยายามที่จะทำงานและดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด

ในช่วงท้ายชีวิต สุขภาพของโอเลี้ยงกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ หลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ข่าวการเสียชีวิตของเขาจะได้รับการเปิดเผยในช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์  

โอเลี้ยง เชิญยิ้ม อาจเป็นที่จดจำในชื่อ “คนหัวหมอ” หรือในฐานะหนึ่งในสมาชิกของคณะตลกยุคเฟื่องฟู แต่สำหรับคนดูอีกหลายรุ่น เขาคือศิลปินผู้ทำให้เสียงหัวเราะเดินทางผ่านทั้งเวที รายการโทรทัศน์ ละคร และภาพยนตร์

แม้วันนี้เจ้าของเสียงหัวเราะจะจากไปแล้ว แต่ชื่อของ โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวงการตลกไทย และผลงานที่เขาฝากไว้จะยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเส้นทางของนักแสดงคนหนึ่ง ผู้เดินทางจากเวทีคณะไปสู่หน้าจอ และสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมมาอย่างยาวนาน

สรุปข่าว

ย้อนเส้นทางชีวิต โอเลี้ยง เชิญยิ้ม หรือ สมพงษ์ ไกรธีรางกูร นักแสดงตลกผู้ฝากเสียงหัวเราะไว้กับคนดูหลายยุค ตั้งแต่การทำงานในคณะตลก “เชิญยิ้ม” สู่ “สภาโจ๊ก” รายการ “คนหัวหมอ” รวมถึงงานละครและภาพยนตร์ ก่อนจากไปอย่างสงบในวัย 63 ปี

ข่าวการจากไปของ “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” หรือ สมพงษ์ ไกรธีรางกูร สร้างความอาลัยให้กับวงการตลกไทยและแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานมาอย่างยาวนาน โดยโอเลี้ยงเสียชีวิตในวัย 63 ปี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 หลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง  

ตลอดเส้นทางการทำงาน โอเลี้ยงเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงตลกที่เติบโตมากับระบบ “คณะตลก” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานสำคัญของวงการบันเทิงไทยในยุคหนึ่ง นักแสดงแต่ละคนมีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งการรับส่งมุก สร้างสีสัน และเสริมจังหวะให้การแสดงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน

โอเลี้ยงเคยร่วมงานกับทีม เป็ด เชิญยิ้ม ในช่วงปี 2540 ก่อนปรากฏชื่อเป็นสมาชิกคณะ ถั่วแระ เชิญยิ้ม ในช่วงปี 2543-2544 ประสบการณ์จากเวทีคณะเหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เขาสั่งสมทักษะการแสดงและเป็นที่จดจำในเวลาต่อมา 

อีกหนึ่งช่วงสำคัญในเส้นทางอาชีพของโอเลี้ยง คือการเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ผู้ชมคุ้นหน้าจาก “สภาโจ๊ก” รายการและกลุ่มนักแสดงตลกที่ได้รับความนิยมในยุคโทรทัศน์เฟื่องฟู โดยข่าวย้อนหลังในช่วงปี 2549 มีการเรียกเขาว่า “โอเลี้ยง สภาโจ๊ก” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำของเขาที่ผูกพันกับรายการดังกล่าวอย่างชัดเจน 

จากงานคณะและรายการโทรทัศน์ โอเลี้ยงยังมีภาพจำที่ติดตัวผู้ชมอีกชื่อหนึ่ง นั่นคือ “โอเลี้ยงคนหัวหมอ” จากรายการ “คนหัวหมอ” ซึ่งนำเรื่องกฎหมายใกล้ตัวมาถ่ายทอดผ่านสถานการณ์จำลองและมุกตลก เพื่อทำให้เนื้อหาที่เข้าใจยากเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น โดยโอเลี้ยงร่วมแสดงในรายการกับ เอ เชิญยิ้ม 

ชื่อ “คนหัวหมอ” จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อรายการ แต่กลายเป็นคำที่ผู้ชมและสื่อบันเทิงใช้เรียกโอเลี้ยงต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ด้วยบุคลิกการแสดงที่มีเอกลักษณ์และจังหวะการเล่นที่ช่วยสร้างสีสันให้กับเรื่องราวบนหน้าจอ

เมื่อรูปแบบของวงการตลกเปลี่ยนแปลงไป โอเลี้ยงยังคงทำงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายการวาไรตี้ งานแสดง และงานโชว์ตัว รวมถึงขยับไปรับบทในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ หนึ่งในผลงานภาพยนตร์ที่มีการกล่าวถึง คือ “ส่ม ภัค เสี่ยน” ภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในปี 2560 และกำกับโดย เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา นอกจากนี้ ในปี 2564 โอเลี้ยงยังปรากฏตัวในรายการ GUESS MY AGE รู้หน้า ไม่รู้วัย พร้อมแสดงความสามารถทั้งการเลียนเสียงและการเต้น ซึ่งเป็นทักษะที่สะท้อนประสบการณ์บนเวทีของเขาได้เป็นอย่างดี 

ด้านงานละคร โอเลี้ยงรับบท “คำพูน” ในละครเรื่อง “ซิ่นลายโส้” ทางช่อง one31 ซึ่งออกอากาศในปี 2565 นับเป็นอีกบทบาทที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นความสามารถของเขาในฐานะนักแสดง นอกเหนือจากภาพจำของการเป็นตลกบนเวที  นอกเหนือจากภาพบนเวที โอเลี้ยงเคยเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บ Show ถึงชีวิตการทำงานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเล่าว่างานแสดงหายไปเป็นเวลานาน รายได้ลดลง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวด้วยตัวเอง 

เขายังอธิบายให้เห็นภาพการทำงานของตลกในยุคคณะว่า ค่าตัวส่วนใหญ่เป็นรายได้ของทั้งคณะ ไม่ใช่ของนักแสดงเพียงคนเดียว จึงต้องแบ่งให้สมาชิกหลายคน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องบ้าน การเดินทาง และการดูแลครอบครัวยังคงดำเนินต่อไป 

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ชมได้เห็นอีกมุมของนักแสดงตลกผู้สร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่น แต่ต้องเผชิญความผันผวนของอาชีพ ปัญหาด้านรายได้ และข้อจำกัดทางสุขภาพด้วยตัวเอง ท่ามกลางความพยายามที่จะทำงานและดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด

ในช่วงท้ายชีวิต สุขภาพของโอเลี้ยงกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ หลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ข่าวการเสียชีวิตของเขาจะได้รับการเปิดเผยในช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์  

โอเลี้ยง เชิญยิ้ม อาจเป็นที่จดจำในชื่อ “คนหัวหมอ” หรือในฐานะหนึ่งในสมาชิกของคณะตลกยุคเฟื่องฟู แต่สำหรับคนดูอีกหลายรุ่น เขาคือศิลปินผู้ทำให้เสียงหัวเราะเดินทางผ่านทั้งเวที รายการโทรทัศน์ ละคร และภาพยนตร์

แม้วันนี้เจ้าของเสียงหัวเราะจะจากไปแล้ว แต่ชื่อของ โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวงการตลกไทย และผลงานที่เขาฝากไว้จะยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเส้นทางของนักแสดงคนหนึ่ง ผู้เดินทางจากเวทีคณะไปสู่หน้าจอ และสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมมาอย่างยาวนาน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : FB : โอเลี้ยง เชิญยิ้ม