
วงการบันเทิงฮอลลีวูดต้องสูญเสียบุคลากรมากความสามารถอีกครั้ง เมื่อตัวแทนของ "เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน ผู้โด่งดังจากการแจ้งเกิดในบทบาท "แคลร์ เบนเนต" จากซีรีส์ยอดฮิตระดับโลกในอดีตอย่าง "Heroes" และบทบาท "จูเลียต บาร์นส์" ในซีรีส์ "Nashville" ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเธอในวัย 36 ปี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและเศร้าสลดยิ่งแก่ผู้รับชมทั่วโลก รวมถึงทิ้งบุตรสาววัย 11 ปีไว้เบื้องหลัง

ตัวแทนของนักแสดงสาวได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ "เฮย์เดน" พร้อมยกย่องว่าเธอเปรียบเสมือนแสงสว่างและพลังแห่งธรรมชาติ ที่คอยนำพารอยยิ้มและความรักมาสู่ผู้คนที่รายล้อมและแฟนคลับทั่วโลก

ในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด แหล่งข่าวจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเปิดเผยกับสำนักข่าว "ทีเอ็มซี" ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงสาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในช่วงที่ผ่านมา เธอมีอาการป่วย "ปวดหลัง" และทางด้าน "ไบรอัน ฮิกเกอร์สัน" แฟนหนุ่ม ได้เดินทางจาก "ลอสแอนเจลิส" มาพบเธอก่อนหน้าที่เธอจะเสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน

ย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา "เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ "เจนเซน" น้องชายของเธอ ได้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจโตในวัยเพียง 28 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 ซึ่งเธอเคยเปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจและร่างกายของเธอ
นอกจากนี้ เธอยังเคยเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในปี 2561 ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจมอบสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรสาวให้แก่ "วลาดิเมียร์ คลิทช์โก" อดีตแชมป์มวยโลกผู้เป็นอดีตคนรัก โดยปัจจุบันบุตรสาวของเธออาศัยอยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเธอยืนยันมาตลอดว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นไปเพื่อหาทางรักษาตนเองจากปัญหาสุขภาพจิตที่รุมเร้า

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา "เฮย์เดน" เพิ่งได้ออกหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ "This is Me: A Reckoning" ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีของ "นิวยอร์กไทมส์" โดยเนื้อหาภายในหนังสือได้ตีแผ่ความยากลำบากในการรับมือกับชื่อเสียง และเหตุการณ์สะเทือนใจที่เธอเคยถูกคุกคามทางเพศจากนักแสดงและผู้กำกับชายชื่อดังเมื่อครั้งที่เธออายุ 18 ปี
นอกจากนี้ ระหว่างการเดินสายโปรโมตหนังสือ เธอยังได้ออกมาเปิดเผยตัวตนอย่างกล้าหาญว่าเป็น "ไบเซ็กชวล" โดยระบุว่าเธอรู้สึกเสียดายที่ต้องรอจนถึงอายุ 36 ปีจึงจะกล้าเปิดเผยเรื่องนี้ แต่กระนั้นเธอก็รู้สึกสบายใจและมั่นใจที่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน

"เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงตั้งแต่มีอายุเพียง 11 เดือนผ่านงานโฆษณา ก่อนจะก้าวสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัวในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง "One Life to Live", "Heroes" และ "Guiding Light" รวมถึงมีผลงานภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์และภาพยนตร์ชื่อดังอีกมากมาย เช่น "A Bug's Life", "Remember the Titans", "Ice Princess", "Bring It On", "I Love You Beth Cooper" และภาพยนตร์แฟรนไชส์สยองขวัญระดับตำนานอย่าง "Scream" นอกจากงานแสดงแล้ว เธอยังมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง โดยเคยฝากเสียงร้องไว้ในเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึงมีซิงเกิลเดี่ยวของตนเองในชื่อ "Wake Up Call" เมื่อปี 2551
การจากไปอย่างกะทันหันของเธอได้สร้างความตกใจและโศกเศร้าให้แก่เพื่อนร่วมวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก โดยมีศิลปินและนักแสดงชื่อดัง อาทิ "แรนดัลล์ สลาวิน" และ "เซลมา แบลร์" ร่วมโพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสุดซึ้ง
สรุปข่าว
วงการบันเทิงฮอลลีวูดต้องสูญเสียบุคลากรมากความสามารถอีกครั้ง เมื่อตัวแทนของ "เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน ผู้โด่งดังจากการแจ้งเกิดในบทบาท "แคลร์ เบนเนต" จากซีรีส์ยอดฮิตระดับโลกในอดีตอย่าง "Heroes" และบทบาท "จูเลียต บาร์นส์" ในซีรีส์ "Nashville" ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเธอในวัย 36 ปี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและเศร้าสลดยิ่งแก่ผู้รับชมทั่วโลก รวมถึงทิ้งบุตรสาววัย 11 ปีไว้เบื้องหลัง

ตัวแทนของนักแสดงสาวได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ "เฮย์เดน" พร้อมยกย่องว่าเธอเปรียบเสมือนแสงสว่างและพลังแห่งธรรมชาติ ที่คอยนำพารอยยิ้มและความรักมาสู่ผู้คนที่รายล้อมและแฟนคลับทั่วโลก

ในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด แหล่งข่าวจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเปิดเผยกับสำนักข่าว "ทีเอ็มซี" ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงสาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในช่วงที่ผ่านมา เธอมีอาการป่วย "ปวดหลัง" และทางด้าน "ไบรอัน ฮิกเกอร์สัน" แฟนหนุ่ม ได้เดินทางจาก "ลอสแอนเจลิส" มาพบเธอก่อนหน้าที่เธอจะเสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน

ย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา "เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ "เจนเซน" น้องชายของเธอ ได้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจโตในวัยเพียง 28 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566 ซึ่งเธอเคยเปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจและร่างกายของเธอ
นอกจากนี้ เธอยังเคยเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในปี 2561 ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจมอบสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรสาวให้แก่ "วลาดิเมียร์ คลิทช์โก" อดีตแชมป์มวยโลกผู้เป็นอดีตคนรัก โดยปัจจุบันบุตรสาวของเธออาศัยอยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเธอยืนยันมาตลอดว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นไปเพื่อหาทางรักษาตนเองจากปัญหาสุขภาพจิตที่รุมเร้า

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา "เฮย์เดน" เพิ่งได้ออกหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ "This is Me: A Reckoning" ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีของ "นิวยอร์กไทมส์" โดยเนื้อหาภายในหนังสือได้ตีแผ่ความยากลำบากในการรับมือกับชื่อเสียง และเหตุการณ์สะเทือนใจที่เธอเคยถูกคุกคามทางเพศจากนักแสดงและผู้กำกับชายชื่อดังเมื่อครั้งที่เธออายุ 18 ปี
นอกจากนี้ ระหว่างการเดินสายโปรโมตหนังสือ เธอยังได้ออกมาเปิดเผยตัวตนอย่างกล้าหาญว่าเป็น "ไบเซ็กชวล" โดยระบุว่าเธอรู้สึกเสียดายที่ต้องรอจนถึงอายุ 36 ปีจึงจะกล้าเปิดเผยเรื่องนี้ แต่กระนั้นเธอก็รู้สึกสบายใจและมั่นใจที่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน

"เฮย์เดน พาเน็ตเทียร์" เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงตั้งแต่มีอายุเพียง 11 เดือนผ่านงานโฆษณา ก่อนจะก้าวสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัวในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง "One Life to Live", "Heroes" และ "Guiding Light" รวมถึงมีผลงานภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์และภาพยนตร์ชื่อดังอีกมากมาย เช่น "A Bug's Life", "Remember the Titans", "Ice Princess", "Bring It On", "I Love You Beth Cooper" และภาพยนตร์แฟรนไชส์สยองขวัญระดับตำนานอย่าง "Scream" นอกจากงานแสดงแล้ว เธอยังมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง โดยเคยฝากเสียงร้องไว้ในเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึงมีซิงเกิลเดี่ยวของตนเองในชื่อ "Wake Up Call" เมื่อปี 2551
การจากไปอย่างกะทันหันของเธอได้สร้างความตกใจและโศกเศร้าให้แก่เพื่อนร่วมวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก โดยมีศิลปินและนักแสดงชื่อดัง อาทิ "แรนดัลล์ สลาวิน" และ "เซลมา แบลร์" ร่วมโพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสุดซึ้ง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : IG@haydenpanettiere
