Colony ยึดร่างคลั่ง แรงดีไม่มีตก ยืนหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีจ่อทุบสถิติคนดู 4 ล้านคน

Share on Line Share on Facebook Share on X
Colony ยึดร่างคลั่ง  แรงดีไม่มีตก ยืนหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีจ่อทุบสถิติคนดู 4 ล้านคน

นาทีนี้ต้องยกให้เป็นหนังเกาหลีที่ฮอตที่สุดสำหรับ Colony ยึดร่างคลั่ง  ผลงานหนังแนวซอมบี้ล่าสุดของผู้กำกับ ยอนซังโฮ ผู้เคยเขียนบทและกำกับ Train to Busan    

Colony ยึดร่างคลั่ง  ยังคงกวาดรายได้และจำนวนผู้ชมในเกาหลีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีหนังใหม่ฟอร์มยักษ์จ่อคิวเข้าฉายก็ตาม แต่กระแสของหนังเรื่องนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงเลย

 

สรุปข่าว

Colony ยึดร่างคลั่ง ยืนหนึ่งครองแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีด้วยส่วนแบ่งตลาด 58% พร้อมโกยยอดผู้ชมทะลุ 3.5 ล้านคนคืนทุนในเวลาเพียง 10 วัน

นาทีนี้ต้องยกให้เป็นหนังเกาหลีที่ฮอตที่สุดสำหรับ Colony ยึดร่างคลั่ง  ผลงานหนังแนวซอมบี้ล่าสุดของผู้กำกับ ยอนซังโฮ ผู้เคยเขียนบทและกำกับ Train to Busan    

Colony ยึดร่างคลั่ง  ยังคงกวาดรายได้และจำนวนผู้ชมในเกาหลีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีหนังใหม่ฟอร์มยักษ์จ่อคิวเข้าฉายก็ตาม แต่กระแสของหนังเรื่องนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงเลย

 

ทะลุเป้า! กำไรเน้นๆ ตั้งแต่ 10 วันแรก

หลังจากเข้าฉายไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม  Colony  ยึดร่างคลั่ง  ก็สร้างปรากฏการณ์ทำยอดผู้ชมทะลุ 3 ล้านคน คืนทุนได้สำเร็จภายในเวลาเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น และจากข้อมูลล่าสุดของสมาคมภาพยนตร์เกาหลี  ยอดรวมผู้เข้าชมตอนนี้พุ่งทะยานไปถึง 3,576,884 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยังคงรักษาเก้าอี้แชมป์ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 58%

ด้วยสถิติยอดผู้ชมเฉลี่ยวันธรรมดาที่ 1-2 แสนคน และพุ่งสูงถึง 4-5 แสนคนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้หลายสำนักคาดการณ์ว่า Colony  ยึดร่างคลั่ง  มีโอกาสสูงมากที่จะทุบสถิติยอดผู้ชมทะลุ 4 ล้านคน  ซึ่งตอนนี้ยอดจองตั๋วล่วงหน้าก็ยังคงนำโด่งเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 33.3%

เรื่องย่อ Colony ยึดร่างคลั่ง  

ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวสุดระทึกภายในอาคารแห่งหนึ่งที่ถูกสั่งปิดตายอย่างกะทันหันเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคปริศนา กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ข้างในต้องร่วมมือกันเอาชีวิตรอดจากเหล่าผู้ติดเชื้อที่ไม่เพียงแต่กำลังคลั่ง แต่ยังสามารถวิวัฒนาการและกลายพันธุ์ไปในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

สำหรับประเทศไทยเตรียมชม Colony  ยึดร่างคลั่ง ได้ทุกโรงภาพยนตร์ เริ่ม 3 มิถุนายนนี้ 

ที่มาข้อมูล : SPOTV NEWS

ที่มารูปภาพ : sahamongkolfilm