
ท่ามกลางกระแสดราม่าที่วนเวียนมาตลอดกว่าหนึ่งปี ล่าสุดกระแสสังคมเริ่มเกิดการเปลี่ยน หลังมีโพสต์สรุปอ้างผลการสืบสวนของตำรวจ ถูกแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเนื้อหาในโพสต์นั้นดูเหมือนจะพลิกทุกอย่างที่คนเคยเชื่อกันมา

ต้นตอส่วนหนึ่งมาจากข่าวการขอหมายจับยูทูบเบอร์ "คิมเซอี" และอีกส่วนก็มาจากโพสต์ในชุมชนออนไลน์ของเกาหลี ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่อ้างอิงจากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่โดยมีการสรุปว่าคิมซูฮยอนไม่มีพฤติกรรมตามที่เคยถูกกล่าวหาตลอดที่ผ่านมาเช่น
ไม่เคยคบกับผู้เยาว์ คิมซูฮยอนไม่เคยคบหากับคิมแซรนตอนที่เธอเป็นผู้เยาว์และไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอในวัยเด็กตามที่ถูกกล่าวหา
ไม่ได้เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรม การเสียชีวิตของคิมแซรนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคิมซูฮยอนเลย
หลักฐานปลอม แชต KakaoTalk ที่ถูกเปิดเผยในงานแถลงข่าว และไฟล์คลิปเสียงหลุด ต่างเป็นของที่ถูกตัดต่อและปลอมแปลง
อีกเรื่องที่ทำให้ชาวเน็ตพูดถึงกันหนัก คือข้อมูลที่อ้างว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่ได้ส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แม้จะมีการร้องขอจากฝั่งสืบสวนก็ตาม จนหลายคนเริ่มสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้
สรุปข่าว
ท่ามกลางกระแสดราม่าที่วนเวียนมาตลอดกว่าหนึ่งปี ล่าสุดกระแสสังคมเริ่มเกิดการเปลี่ยน หลังมีโพสต์สรุปอ้างผลการสืบสวนของตำรวจ ถูกแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเนื้อหาในโพสต์นั้นดูเหมือนจะพลิกทุกอย่างที่คนเคยเชื่อกันมา

ต้นตอส่วนหนึ่งมาจากข่าวการขอหมายจับยูทูบเบอร์ "คิมเซอี" และอีกส่วนก็มาจากโพสต์ในชุมชนออนไลน์ของเกาหลี ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่อ้างอิงจากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่โดยมีการสรุปว่าคิมซูฮยอนไม่มีพฤติกรรมตามที่เคยถูกกล่าวหาตลอดที่ผ่านมาเช่น
ไม่เคยคบกับผู้เยาว์ คิมซูฮยอนไม่เคยคบหากับคิมแซรนตอนที่เธอเป็นผู้เยาว์และไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอในวัยเด็กตามที่ถูกกล่าวหา
ไม่ได้เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรม การเสียชีวิตของคิมแซรนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคิมซูฮยอนเลย
หลักฐานปลอม แชต KakaoTalk ที่ถูกเปิดเผยในงานแถลงข่าว และไฟล์คลิปเสียงหลุด ต่างเป็นของที่ถูกตัดต่อและปลอมแปลง
อีกเรื่องที่ทำให้ชาวเน็ตพูดถึงกันหนัก คือข้อมูลที่อ้างว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่ได้ส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แม้จะมีการร้องขอจากฝั่งสืบสวนก็ตาม จนหลายคนเริ่มสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้
กระแสในโลกออนไลน์เริ่มพลิก
หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไปกระแสในโซเชียลก็เริ่มเปลี่ยนทิศ หลายคนหันกลับไปตั้งคำถามกับคิมเซอีและผู้ที่เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้ บางส่วนมองว่าถ้าข้อมูลใหม่เป็นเรื่องจริง คิมซูฮยอนคือคนที่จะได้รับความเสียหายจากอย่างหนักจากเรื่องนี้
ขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายเสียงที่มองว่าควรรอติดตามผลจากกระบวนการทางกฎหมายก่อน เพราะข้อมูลที่แชร์กันในออนไลน์ตอนนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการและการรีบตัดสิน อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำอีกครั้งก็ได้
ทั้งนี้มีรายงานว่าศาลจะเริ่มพิจารณาคำร้องขอหมายจับคิมเซอีในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้
ที่มาข้อมูล : news1
ที่มารูปภาพ : goldmedalist
