
Perfect Crown (รักนี้มงลง) ปิดจบไปเรียบร้อยแล้ว แต่แทนที่นอกจอจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในซีรีส์ ตอนนี้กลับกำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักเพราะตอนจบถูกพบว่าเนื้อหาไม่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ จนสองนักแสดงนำอย่าง บยอนอูซอก และ ไอยู ต้องออกมาขอโทษแฟน ๆ ด้วยตัวเอง
สรุปข่าว
Perfect Crown (รักนี้มงลง) ปิดจบไปเรียบร้อยแล้ว แต่แทนที่นอกจอจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในซีรีส์ ตอนนี้กลับกำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักเพราะตอนจบถูกพบว่าเนื้อหาไม่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ จนสองนักแสดงนำอย่าง บยอนอูซอก และ ไอยู ต้องออกมาขอโทษแฟน ๆ ด้วยตัวเอง
จุดเริ่มต้นของดราม่าครั้งนี้คือฉากพิธีขึ้นครองราชย์ของตัวละคร "อีอันแทกุน" ที่รับบทโดยบยอนอูซอก ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชมบางส่วนมองว่า มีรายละเอียดหลายอย่างที่ไม่เข้ากับคอนเซปต์ของซีรีส์ที่วางให้เกาหลีเป็นประเทศอิสระในยุคสมัยใหม่
ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการที่ขุนนางในเรื่องตะโกนคำว่า "ชอนเซ" แทนที่จะเป็น "มันเซ" ซึ่งในอดีตมักใช้กับประเทศที่อยู่ใต้อำนาจจีน ขณะที่ประเทศที่เป็นเอกราชหรือมีสถานะเทียบเท่าจักรวรรดิจะใช้คำว่า “มันเซ” มากกว่า ทำให้ผู้ชมบางส่วนรู้สึกว่าซีรีส์กำลังลดภาพลักษณ์ความเป็นรัฐอิสระของเกาหลี
นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ก็กลายเป็นอีกจุดที่ถูกวิจารณ์ เพราะในเรื่องมีการใช้มงกุฎ ซึ่งตามความเข้าใจของชาวเกาหลีบางส่วน ถือเป็นรูปแบบที่มักใช้กับกษัตริย์ของประเทศที่ขึ้นตรงต่อจีน ไม่ใช่สัญลักษณ์ของผู้ปกครองรัฐเอกราช จึงทำให้หลายคนมองว่าซีรีส์นำรายละเอียดทางประวัติศาสตร์มาใช้ผิดบริบท และอาจทำให้คนดูตีความเรื่องสถานะทางประวัติศาสตร์ของเกาหลีคลาดเคลื่อนได้

หลังเกิดกระแสวิจารณ์ บยอนอูซอก ได้โพสต์จดหมายเขียนด้วยลายมือผ่าน SNS โดยยอมรับว่าตัวเองยังคิดไม่รอบคอบมากพอเกี่ยวกับบริบททางประวัติศาสตร์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ชม พร้อมบอกว่าจะระมัดระวังและรับผิดชอบต่อผลงานมากขึ้นในอนาคต

ด้าน ไอยู ก็ออกมาขอโทษเช่นกันก่อนหน้าได้มีการก้มหัวขอโทษแฟน ๆ หลังจากนั้นก็เขียนจดหมายขอโทษ โดยเธอยอมรับว่าควรศึกษาบทและรายละเอียดต่าง ๆ ให้มากกว่านี้ เพราะซีรีส์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของเกาหลีโดยตรง พร้อมกล่าวว่ารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวตั้งแต่แรก
ขณะที่ทีมผู้สร้างซีรีส์ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้ชม และยืนยันว่าจะมีการแก้ไขฉาก เสียง รวมถึงคำบรรยายที่เป็นปัญหาในเวอร์ชันรีรัน
เรียกว่าแม้เรื่องราวนี้จะเกิดขึ้นในโลกสมมติ แต่กรณีนี้ก็ชี้ให้เห็นชัดเจนอีกครั้งว่าผู้ชมเกาหลีให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของชาติมากแค่ไหน
