
ช่วงหลังหลายคนเริ่มสังเกตว่า เวลากดบัตรคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ใหญ่ ๆ ระบบขายตั๋วดูงงกว่าเดิม ทั้งไม่บอกราคาชัดเจน แผนผังไม่มีสีแบ่งโซนละเอียด หรือบางทีเลือกที่นั่งไปแล้ว ราคาจริงกลับแพงกว่าที่คิด
ซึ่งสิ่งนี้ส่วนหนึ่งมาจากระบบที่เรียกว่า Dynamic Pricing หรือการตั้งราคาตามความต้องการแบบเรียลไทม์ ซึ่งต่างประเทศเริ่มใช้มาสักพักแล้ว
สรุปข่าว
ช่วงหลังหลายคนเริ่มสังเกตว่า เวลากดบัตรคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ใหญ่ ๆ ระบบขายตั๋วดูงงกว่าเดิม ทั้งไม่บอกราคาชัดเจน แผนผังไม่มีสีแบ่งโซนละเอียด หรือบางทีเลือกที่นั่งไปแล้ว ราคาจริงกลับแพงกว่าที่คิด
ซึ่งสิ่งนี้ส่วนหนึ่งมาจากระบบที่เรียกว่า Dynamic Pricing หรือการตั้งราคาตามความต้องการแบบเรียลไทม์ ซึ่งต่างประเทศเริ่มใช้มาสักพักแล้ว
Dynamic Pricing คืออะไร?
Dynamic Pricing คือระบบที่ ราคาตั๋วจะเปลี่ยนแปลงตามความต้องการ แบบ Real time ยิ่งโซนไหนมีคนแย่งซื้อเยอะ ราคาก็ยิ่งพุ่งสูง แต่ถ้าโซนไหนไม่มีคนสนใจหรือบัตรขายช้า ราคาก็อาจปรับลงได้เช่นกัน เป็นระบบเดียวกับตอนเราจองโรงแรม หรือซื้อตั๋วเครืองบิน
ระบบนี้ไม่ได้ดูแค่ว่ามีคนกดบัตรเยอะ แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น ความเร็วในการขายบัตร ความนิยมของศิลปิน
ควรซื้อเร็วหรือรอก่อนดี?
ซื้อเร็วไว้ก่อน → ถ้างานนั้นกระแสมาแรง ศิลปินดัง หรือดูทีท่าว่าจะหมดเร็ว เพราะยิ่งใกล้วันงาน ยิ่งแย่งกันมาก ราคาก็ยิ่งขึ้น
รอให้ใกล้วันงาน → ถ้าเป็นงานที่ความต้องการไม่ได้สูงมาก หรือมีรอบแสดงหลายรอบ โอกาสที่ราคาจะลดมีสูง เพราะบัตรที่ขายไม่ออกยิ่งนานก็ยิ่งไม่มีมูลค่า
ตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ คือ ถ้าวันนี้โซนหนึ่งราคา 3,500 บาท แต่มีคนพร้อมใจกันกดเยอะ ๆ ระบบอาจปรับขึ้นเป็น 4,000 บาทได้ ในทางกลับกัน ถ้าบัตรขายไม่ออกสักที ราคาอาจลดลงเหลือ 2,900 บาทก็ได้
- "นกเพลงขับขาน ครั้งที่ 2” สุดประทับใจ ศิลปินระดับตำนานถ่ายทอดบทเพลงอมตะ
- อังกฤษเอาจริง จัดการธุรกิจขายตั๋วคอนเสิร์ตเกินราคา
- ต้นสังกัด นนท์ ธนนท์ ยกเลิกการแสดงที่สหรัฐ เหตุกังวลเรื่องความปลอดภัย
- ขอโทษแล้ว! วี วิโอเลต รับตัดต่อผิด คลิปไวรัลคุณแม่พูดเรื่อง Dry Ice ทำให้เข้าใจผิด
- ศิลปินเกาหลีเตรียมแสดงสเตจพิเศษงาน KCON LA
ที่มาข้อมูล : theglobeandmail
ที่มารูปภาพ : wirestock / freepik
