เปิดมุมมอง "อูน ไดมอนด์เกรน" กับประเด็นสังคม ผิดไหม? ที่ไม่สามารถให้เงินพ่อแม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดมุมมอง "อูน ไดมอนด์เกรน"  กับประเด็นสังคม ผิดไหม? ที่ไม่สามารถให้เงินพ่อแม่

ประเด็นเรื่องความกตัญญูและการดูแลบุพการีเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกหลานต้องเผชิญกับภาระทางการเงินของตนเอง ล่าสุด อูน ชนิสรา  หรือที่รู้จักกันในนาม อูน ไดมอนด์เกรน ผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสร้างความเห็นอกเห็นใจและเสียงสะท้อนจากผู้คนจำนวนมาก

อูน ไดมอนด์เกรน ได้กล่าวถึงประเด็นที่ว่า การไม่สามารถให้เงินพ่อแม่ได้ทุกครั้งที่ขอเป็นเรื่องที่ "ไม่ผิด"โดยให้เหตุผลว่า:

"อูนมองว่าไม่ผิด เพราะอูนมองว่าจริงๆ เราเกิดมาต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนอย่างแรก สำหรับอูนนะ ถ้าเกิดเรารับผิดชอบตัวเองไม่ได้ ไปเป็นหนี้ยืมสินมา เพื่อที่จะส่งมอบให้ผู้อื่น ถึงแม้จะเป็นพ่อแม่ ที่เขาอาจจะเลี้ยงดูเราก็ตาม แต่อูนมองว่า ถ้าบรรลุนิติภาวะแล้วเราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อน ซัปพอร์ตตัวเองให้ได้คร่าวๆ ก่อน เพื่อที่หนึ่งเลย ตัวเองจะได้ไม่ไปเดือดร้อนใคร สองถ้าพ่อแม่ขอ อันนี้อูนว่ามันอยู่ในบริบทของการเลี้ยงดู ว่าเราถูกเลี้ยงดูปลูกฝังมายังไง"

เธอยังได้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเอเชียที่มักจะมีการปลูกฝังให้ลูกหลานดูแลบุพการี แต่ก็ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะมีบริบทเดียวกัน:

 "อูนมองว่าส่วนใหญ่ครอบครัวคนไทย หรือครอบครัวเอเชีย ถูกปลูกฝังมาเพื่อให้ดูแลครอบครัวกลับคืน แต่มันไม่ใช่ทุกครอบครัวที่มีอะไรให้ตอบแทน บางครอบครัวพ่อข่มขืน ทำร้ายร่างกายลูก ทิ้งลูกตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเลี้ยงดู แต่พอโตมาเรียกร้องขอสิ่งที่พ่อทั่วๆ ไป มาตรฐานของพ่อทั่วๆ ไปควรจะได้ อูนว่ามันก็ใจร้ายนิดนึง ที่จะไปตัดสินเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำคืนให้กับคนที่ได้ชื่อว่าพ่อคนนั้นได้ ถ้าเกิดว่าเค้าไม่ได้รับในสิ่งที่เด็กควรจะได้รับ เรามองเป็นพื้นฐานไม่ได้เราต้องมองเป็นครอบครัวต่อครอบครัวค่ะ"

มุมมองของอูน ไดมอนด์เกรน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความหลากหลายของโครงสร้างครอบครัวและประสบการณ์ชีวิตของแต่ละบุคคล โดยเน้นย้ำว่าการตัดสินใจเรื่องการดูแลบุพการีควรพิจารณาจากบริบทและความเป็นจริงของแต่ละครอบครัว ไม่ใช่เพียงแค่ยึดติดกับค่านิยมทางสังคมเพียงอย่างเดียว การที่ลูกคนหนึ่งจะสามารถดูแลตัวเองให้มั่นคงได้ก่อน ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะไม่สร้างภาระให้กับผู้อื่น และหากมีความพร้อมแล้ว การช่วยเหลือพ่อแม่ก็จะเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเอง

ทัศนะของอูน ไดมอนด์เกรน ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงและพิจารณาถึงความหมายของความกตัญญูในยุคปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับผิดชอบชีวิตตนเองเป็นอันดับแรก และการมองความสัมพันธ์ในครอบครัวแบบเจาะลึกเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สรุปข่าว

ประเด็นเรื่องความกตัญญูและการดูแลบุพการีเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกหลานต้องเผชิญกับภาระทางการเงินของตนเอง ล่าสุด อูน ชนิสรา หรือที่รู้จักกันในนาม อูน ไดมอนด์เกรน ผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสร้างความเห็นอกเห็นใจและเสียงสะท้อนจากผู้คนจำนวนมาก

ประเด็นเรื่องความกตัญญูและการดูแลบุพการีเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกหลานต้องเผชิญกับภาระทางการเงินของตนเอง ล่าสุด อูน ชนิสรา  หรือที่รู้จักกันในนาม อูน ไดมอนด์เกรน ผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสร้างความเห็นอกเห็นใจและเสียงสะท้อนจากผู้คนจำนวนมาก

อูน ไดมอนด์เกรน ได้กล่าวถึงประเด็นที่ว่า การไม่สามารถให้เงินพ่อแม่ได้ทุกครั้งที่ขอเป็นเรื่องที่ "ไม่ผิด"โดยให้เหตุผลว่า:

"อูนมองว่าไม่ผิด เพราะอูนมองว่าจริงๆ เราเกิดมาต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนอย่างแรก สำหรับอูนนะ ถ้าเกิดเรารับผิดชอบตัวเองไม่ได้ ไปเป็นหนี้ยืมสินมา เพื่อที่จะส่งมอบให้ผู้อื่น ถึงแม้จะเป็นพ่อแม่ ที่เขาอาจจะเลี้ยงดูเราก็ตาม แต่อูนมองว่า ถ้าบรรลุนิติภาวะแล้วเราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อน ซัปพอร์ตตัวเองให้ได้คร่าวๆ ก่อน เพื่อที่หนึ่งเลย ตัวเองจะได้ไม่ไปเดือดร้อนใคร สองถ้าพ่อแม่ขอ อันนี้อูนว่ามันอยู่ในบริบทของการเลี้ยงดู ว่าเราถูกเลี้ยงดูปลูกฝังมายังไง"

เธอยังได้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเอเชียที่มักจะมีการปลูกฝังให้ลูกหลานดูแลบุพการี แต่ก็ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะมีบริบทเดียวกัน:

 "อูนมองว่าส่วนใหญ่ครอบครัวคนไทย หรือครอบครัวเอเชีย ถูกปลูกฝังมาเพื่อให้ดูแลครอบครัวกลับคืน แต่มันไม่ใช่ทุกครอบครัวที่มีอะไรให้ตอบแทน บางครอบครัวพ่อข่มขืน ทำร้ายร่างกายลูก ทิ้งลูกตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเลี้ยงดู แต่พอโตมาเรียกร้องขอสิ่งที่พ่อทั่วๆ ไป มาตรฐานของพ่อทั่วๆ ไปควรจะได้ อูนว่ามันก็ใจร้ายนิดนึง ที่จะไปตัดสินเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำคืนให้กับคนที่ได้ชื่อว่าพ่อคนนั้นได้ ถ้าเกิดว่าเค้าไม่ได้รับในสิ่งที่เด็กควรจะได้รับ เรามองเป็นพื้นฐานไม่ได้เราต้องมองเป็นครอบครัวต่อครอบครัวค่ะ"

มุมมองของอูน ไดมอนด์เกรน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความหลากหลายของโครงสร้างครอบครัวและประสบการณ์ชีวิตของแต่ละบุคคล โดยเน้นย้ำว่าการตัดสินใจเรื่องการดูแลบุพการีควรพิจารณาจากบริบทและความเป็นจริงของแต่ละครอบครัว ไม่ใช่เพียงแค่ยึดติดกับค่านิยมทางสังคมเพียงอย่างเดียว การที่ลูกคนหนึ่งจะสามารถดูแลตัวเองให้มั่นคงได้ก่อน ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะไม่สร้างภาระให้กับผู้อื่น และหากมีความพร้อมแล้ว การช่วยเหลือพ่อแม่ก็จะเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเอง

ทัศนะของอูน ไดมอนด์เกรน ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงและพิจารณาถึงความหมายของความกตัญญูในยุคปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับผิดชอบชีวิตตนเองเป็นอันดับแรก และการมองความสัมพันธ์ในครอบครัวแบบเจาะลึกเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : IG:thechanisara