
สรุปข่าว
ว่ากันว่าช่วงนั้นคือ ยุครุ่งเรืองที่สุดของเธอ หลังจากที่เธอระเบิดชื่อเสียงจากหนังโรแมนติกดราม่า Jerry Maguire (1996) 5 ปีถัดมาเธอปรากฏตัวใน Bridget Jones's Diary ที่เล่นเป็นสาวอวบ ขี้เมา อารมณ์ขัน ได้อย่างน่ารัก น่าหยิก และด้วยสปิริตที่ลงทุนเพิ่มน้ำหนักเป็นสิบกิโลกรัม เรื่องนี้ส่งให้เซลเวเกอร์เข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก

ในปีถัดมา เธอเข้าชิงออสการ์อีกครั้ง จากภาพยนตร์เพลง ที่เธอได้บรรเลงทั้งการร้องและการเต้นใน Chicago (2002) ก่อนที่บท รูบี้ หญิงพเนจรที่เชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์และศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม กับฉากหลังที่ว่าด้วยสงครามกลางเมืองของอเมริกาใน Cold Mountain (2003) จะส่งเซลเวเกอร์คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากออสการ์ได้เป็นครั้งแรก
เรเน่ หายไปจากวงการหนังฮอลลีวูดถึง 6 ปี เต็ม เพื่อไปค้นหาตัวเองและความหมายของการใช้ชีวิต เนื่องจากเธอเสพติดความสำเร็จมากเกินไป จนเรื่องหลังๆ ก่อนพักงานแสดงผลงานเธอแป็กไม่เป็นท่า ทำให้เธอต้องไปฮีลใจตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ

ทว่า “เรเน่” กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เรียกว่ากลับมาทวงบัลลังก์นักแสดงมือรางวัลของฮอลลีวูดด้วยการสวมร่างเป็น “จูดี การ์แลนด์” นักแสดงสาวขวัญใจฮอลลีวูดผู้เป็นที่รักของคนดูหนังทั้งโลกด้วยบท โดโรธี แห่ง The Wizard of Oz ซึ่งส่งให้เธอคว้าออสการ์เป็นครั้งที่ 2 จากภาพยนตร์เรื่อง Judy

ภาพจากTrueVisions
ด้วยความเข้าอกเข้าใจในตัวของการ์แลนด์นี้เอง ที่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เซลเวเกอร์สวมร่างเป็นนักแสดงในตำนานได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่พาการ์แลนด์หวนกลับมาโลดแล่นในโลกภาพยนตร์อีกครั้ง แต่มันยังพาเซลเวเกอร์หวนกลับสู่บัลลังก์นักแสดงยอดฝีมืออีกคนของฮอลลีวูด ด้วยรางวัลนำหญิงยอดเยี่ยมของออสการ์ในปีนี้นั่นเอง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand