ขั้วโลกใต้สะเทือน! นักวิจัยชี้ “มูลเพนกวิน” เร่งหิมะแอนตาร์กติกา ละลายเร็วขึ้น!

ผลการศึกษาล่าสุดเผยว่า มูลเพนกวินอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้หิมะในทวีปแอนตาร์กติกาละลายเร็วขึ้น เนื่องจากสารอาหารในมูลเพนกวินช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสาหร่ายบนหิมะ ทำให้พื้นผิวหิมะดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ขณะที่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นกำลังทำให้เพนกวินเคลื่อนย้ายถิ่นอาศัยเข้าใกล้ขั้วโลกใต้มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปรากฏการณ์ดังกล่าวขยายวงกว้างในอนาคต
สาหร่ายหิมะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่หนาวเย็นจัด โดยเมื่อมีสารอาหารจำกัด สาหร่ายจะสร้างเม็ดสีแดงเพื่อป้องกันแสงแดดและชะลอการเจริญเติบโต แต่เมื่อได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ สาหร่ายจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและผลิตคลอโรฟิลล์สีเขียวเพื่อช่วยในการสังเคราะห์แสง ส่งผลให้หิมะที่มีสาหร่ายสีเขียวสามารถดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากกว่าหิมะที่มีสาหร่ายสีแดง และละลายได้รวดเร็วกว่า
สรุปข่าว
ผลการศึกษาล่าสุดเผยว่า มูลเพนกวินอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้หิมะในทวีปแอนตาร์กติกาละลายเร็วขึ้น เนื่องจากสารอาหารในมูลเพนกวินช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสาหร่ายบนหิมะ ทำให้พื้นผิวหิมะดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ขณะที่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นกำลังทำให้เพนกวินเคลื่อนย้ายถิ่นอาศัยเข้าใกล้ขั้วโลกใต้มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปรากฏการณ์ดังกล่าวขยายวงกว้างในอนาคต
สาหร่ายหิมะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่หนาวเย็นจัด โดยเมื่อมีสารอาหารจำกัด สาหร่ายจะสร้างเม็ดสีแดงเพื่อป้องกันแสงแดดและชะลอการเจริญเติบโต แต่เมื่อได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ สาหร่ายจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและผลิตคลอโรฟิลล์สีเขียวเพื่อช่วยในการสังเคราะห์แสง ส่งผลให้หิมะที่มีสาหร่ายสีเขียวสามารถดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้มากกว่าหิมะที่มีสาหร่ายสีแดง และละลายได้รวดเร็วกว่า
อาเลีย ข่าน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกา พร้อมคณะ ได้เก็บตัวอย่างสาหร่ายหิมะสีแดงและสีเขียวตามแนวชายฝั่งด้านตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยเปรียบเทียบพื้นที่ที่มีอาณานิคมเพนกวินอาศัยอยู่กับพื้นที่ที่ไม่มีเพนกวิน เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมูลเพนกวินกับการเจริญเติบโตของสาหร่าย
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Geophysical Research: Biogeosciences พบว่า เพนกวินที่เดินผ่านลานหิมะได้พามูลของพวกมันกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่กระตุ้นให้สาหร่ายสีเขียวเพิ่มจำนวน ส่งผลให้พื้นผิวหิมะดูดซับความร้อนมากขึ้นและมีแนวโน้มละลายเร็วขึ้นตามไปด้วย
นักวิจัยเตือนว่า ปัจจุบันแบบจำลองคาดการณ์การละลายของหิมะและน้ำแข็งในแอนตาร์กติกายังไม่ได้รวมผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้เข้าไปในการประเมิน ทั้งที่อาจมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อภาวะโลกร้อนทำให้เพนกวินขยายพื้นที่อาศัยลงไปทางใต้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวหิมะในบริเวณที่กว้างขึ้น
การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่กิจกรรมตามธรรมชาติของสัตว์อย่างเพนกวิน ก็สามารถส่งผลต่อกระบวนการละลายของหิมะในทวีปแอนตาร์กติกาได้ และอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักวิทยาศาสตร์ต้องนำมาพิจารณา เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
- “บราซิล” เปิดแผน ยุติเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นครั้งแรกของโลก ชี้ทุกประเทศเริ่มได้ทันที!
- ฝนยิ่งตกหนัก น้ำยิ่งเสี่ยงปนเปื้อน! งานวิจัยเตือนโลกร้อน ซ้ำเติมวิกฤตคุณภาพน้ำ
- ร้อนจนไตพัง! ภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม
- โลกร้อนทำพิษ! หิมะลดฮวบ สกีรีสอร์ตยุโรป 53% เสี่ยงขาดหิมะ
- ร้อนกว่านี้ยังมีอีก! จับตาปี 70 มีโอกาส 96% โลกทุบสถิติร้อนที่สุด
ที่มาข้อมูล : Journal of Geophysical Research
ที่มารูปภาพ : Reuters
