“บราซิล” เปิดแผน ยุติเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นครั้งแรกของโลก ชี้ทุกประเทศเริ่มได้ทันที!

Share on Line Share on Facebook Share on X
“บราซิล” เปิดแผน ยุติเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นครั้งแรกของโลก ชี้ทุกประเทศเริ่มได้ทันที!

รัฐบาลบราซิลเปิดเผยแผนสำหรับการทยอยยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นครั้งแรกของโลก ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยย้ำว่าทุกประเทศสามารถเริ่มลดการพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเทคโนโลยีใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่


บราซิล ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP30 เมื่อปี 2568 ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสามารถดำเนินควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลดความยากจนได้ โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเปลี่ยนการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศจากการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศ ไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม


อังเดร คอร์เรอา โด ลาโก ประธานการประชุม COP30 กล่าวว่า แผนนำทางฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้รัฐบาลแต่ละประเทศนำไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการคลัง พลังงาน คมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และไม่ได้กำหนดกรอบเวลาหรือเป้าหมายที่ชัดเจน เนื่องจากแต่ละประเทศมีระดับการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลแตกต่างกัน


สรุปข่าว

โลกกำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ! เมื่อบราซิลเปิดแผนลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลระดับโลกเป็นครั้งแรก หวังผลักดันให้ทุกประเทศเลิกพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีใหม่ แต่แผนนี้จะช่วยหยุดวิกฤตโลกร้อนได้จริงหรือไม่ ในเมื่อยังไม่มีกรอบเวลาหรือข้อบังคับที่ชัดเจน

รัฐบาลบราซิลเปิดเผยแผนสำหรับการทยอยยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นครั้งแรกของโลก ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยย้ำว่าทุกประเทศสามารถเริ่มลดการพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเทคโนโลยีใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่


บราซิล ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม COP30 เมื่อปี 2568 ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสามารถดำเนินควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลดความยากจนได้ โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเปลี่ยนการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศจากการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศ ไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม


อังเดร คอร์เรอา โด ลาโก ประธานการประชุม COP30 กล่าวว่า แผนนำทางฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้รัฐบาลแต่ละประเทศนำไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการคลัง พลังงาน คมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และไม่ได้กำหนดกรอบเวลาหรือเป้าหมายที่ชัดเจน เนื่องจากแต่ละประเทศมีระดับการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลแตกต่างกัน


มาตรการสำคัญที่บราซิลเสนอ ได้แก่ การเร่งลดการเผาทิ้งและปล่อยก๊าซจากแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 80 เท่าในช่วง 20 ปี รวมถึงการลดเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน


นอกจากนี้ บราซิลยังเสนอแผนยุติการตัดไม้ทำลายป่า โดยประเมินว่าทั่วโลกจำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 500,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2593 ขณะที่ปัจจุบันมีเงินทุนเพียงประมาณ 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการปกป้องผืนป่าสำคัญในแอมะซอน แอฟริกากลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจาก Imperial College London มองว่า แม้แผนดังกล่าวจะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ แต่ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากไม่มีกรอบเวลาหรือเป้าหมายระหว่างทางที่ชัดเจน จึงอาจไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส ที่ต้องการจำกัดอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส


ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความพยายามของบราซิลในการผลักดันให้ประชาคมโลกเปลี่ยนจากการประกาศคำมั่นสัญญา ไปสู่การดำเนินมาตรการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters