ใต้รอดมหาอุทกภัย? เตือนอย่าชะล่าใจ ฝนสุดขั้วเฉพาะจุดเสี่ยงเพิ่ม

ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ช่วงวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่าความรุนแรงของฝนในปีนี้จะไม่เทียบเท่ากับมหาอุทกภัยหาดใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ดัชนีความรุนแรงของฝนสะสมในปี 2569 ต่ำกว่าปีก่อน และจำนวนวันที่ฝนตกหนักต่อเนื่องมีน้อยกว่า
จากการประเมินพบว่า ปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มตกหนักสูงสุดในวันที่ 25 ตุลาคม ก่อนจะลดลงโดยไม่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในปี 2568 ที่เกิดฝนตกหนักสะสมติดต่อกันถึง 5 วัน ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน ส่งผลให้เกิดอุทกภัยรุนแรงในพื้นที่
สรุปข่าว
ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ช่วงวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่าความรุนแรงของฝนในปีนี้จะไม่เทียบเท่ากับมหาอุทกภัยหาดใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ดัชนีความรุนแรงของฝนสะสมในปี 2569 ต่ำกว่าปีก่อน และจำนวนวันที่ฝนตกหนักต่อเนื่องมีน้อยกว่า
จากการประเมินพบว่า ปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มตกหนักสูงสุดในวันที่ 25 ตุลาคม ก่อนจะลดลงโดยไม่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในปี 2568 ที่เกิดฝนตกหนักสะสมติดต่อกันถึง 5 วัน ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน ส่งผลให้เกิดอุทกภัยรุนแรงในพื้นที่
แม้ภาพรวมความเสี่ยงจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า บางพื้นที่ของภาคใต้อาจเผชิญน้ำท่วมรอการระบายและน้ำไหลหลาก จากฝนที่ตกหนักในระยะเวลาสั้น ๆ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม
รองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า สถานการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมีส่วนทำให้สภาพอากาศแปรปรวน และเพิ่มโอกาสเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดมากขึ้น การติดตามและพยากรณ์ฝนจึงจำเป็นต้องปรับให้มีระยะเวลาสั้นลง โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าในช่วง 6-12 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันต่อเหตุการณ์
นอกจากนี้ ยังเตือนถึงแนวโน้มสภาพอากาศโลกที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน โดยระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอดีตเมื่อ 80 ปีก่อน และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิกำลังเร่งตัวเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะสูงเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสในปี 2576 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า แต่ล่าสุดมีการปรับกรอบเวลาประเมินเหลือเพียง 3 ปี สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกัน รองศาสตราจารย์เสรียังเสนอให้เร่งพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติในระดับท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือกับภัยน้ำท่วมที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยเสนอให้ทุกตำบลมีระบบเตือนภัยของตนเอง สามารถประเมินระดับความเสี่ยงในพื้นที่ และกำหนดมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม
สำหรับการจัดลำดับความสำคัญในการป้องกันความเสียหาย ควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก ทั้งโรงพยาบาล ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถลดผลกระทบและรักษาการให้บริการที่สำคัญได้เมื่อเกิดภัยพิบัติ
แม้ผลการประเมินฝนภาคใต้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมปีนี้จะมีแนวโน้มไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปี 2568 แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะปลอดภัยจากน้ำท่วม โดยเฉพาะฝนตกหนักเฉพาะจุดที่ยังอาจสร้างความเสียหายได้ การติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการพัฒนาระบบเตือนภัยระดับชุมชน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- สทนช. เตือน 14 จังหวัดใต้ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก 26-29 ต.ค.
- เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ รับมือน้ำท่วมฉับพลัน คาดน้ำท่วมใต้ไม่แรงเท่ามหาอุทกภัยหาดใหญ่
- ภาคใต้ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ไทยตอนบนยังมีฝน อากาศแปรปรวนถึงต้น พ.ย.
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 25 ต.ค.69 เตือนภาคใต้มีฝนต่อเนื่อง ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง
- มท.4 เร่งสอบงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งรายงานนายกฯ ใน 45 วัน
