“กรุงโซล” จมน้ำ กลางฤดูใบไม้ร่วง! ฝนถล่มหนักสุดในรอบ 119 ปี จับตาเอลนีโญจ่อซ้ำเติมเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เผชิญฝนตกหนักผิดฤดูกาล หลังกรุงโซลถูกฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จนเกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย โดยมีปริมาณฝนตกภายใน 1 ชั่วโมงสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเมื่อปี 1907 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานการณ์อาจยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรง อาจทำให้เกาหลีใต้เผชิญฝนมากกว่าปกติในช่วงปลายปี โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เกาหลีใต้เผชิญฝนตกหนักผิดปกติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียง หลังกลุ่มเมฆฝนกำลังแรงเคลื่อนตัวเข้าปกคลุม ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขัง การจราจรได้รับผลกระทบ และประชาชนต้องเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนที่พบไม่บ่อยนักในช่วงเวลานี้ของปี
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ หรือ KMA รายงานว่า กรุงโซลมีปริมาณฝนสะสมตลอดวันที่ 18 ตุลาคม สูงถึง 51.4 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีฝนตกหนักถึง 35.1 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ถือเป็นสถิติฝนตกหนักรายชั่วโมงสูงสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่กรุงโซลเริ่มบันทึกข้อมูลสภาพอากาศเมื่อปี 1907 หรือราว 119 ปีที่ผ่านมา
ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักประกอบกับกระแสลมแรง ยังทำให้ใบไม้ร่วงจำนวนมากถูกพัดลงมาสะสมและอุดตันท่อระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำฝนไม่สามารถไหลลงสู่ระบบระบายน้ำได้ตามปกติ จนเกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานีรถไฟใต้ดินยอนชินแน ในเขตอึนพยอง ทางตอนเหนือของกรุงโซล ซึ่งมีน้ำท่วมถนนจนรถยนต์ต้องเคลื่อนผ่านน้ำท่วมขัง ขณะที่ในเมืองโกยาง จังหวัดคยองกี ประชาชนต้องช่วยกันนำใบไม้ที่อุดตันท่อระบายน้ำออก เพื่อเร่งให้น้ำไหลลงท่อและลดระดับน้ำบนถนน
สรุปข่าว
เกาหลีใต้เผชิญฝนตกหนักผิดฤดูกาล หลังกรุงโซลถูกฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จนเกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย โดยมีปริมาณฝนตกภายใน 1 ชั่วโมงสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเมื่อปี 1907 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานการณ์อาจยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรง อาจทำให้เกาหลีใต้เผชิญฝนมากกว่าปกติในช่วงปลายปี โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เกาหลีใต้เผชิญฝนตกหนักผิดปกติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียง หลังกลุ่มเมฆฝนกำลังแรงเคลื่อนตัวเข้าปกคลุม ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขัง การจราจรได้รับผลกระทบ และประชาชนต้องเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนที่พบไม่บ่อยนักในช่วงเวลานี้ของปี
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ หรือ KMA รายงานว่า กรุงโซลมีปริมาณฝนสะสมตลอดวันที่ 18 ตุลาคม สูงถึง 51.4 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีฝนตกหนักถึง 35.1 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ถือเป็นสถิติฝนตกหนักรายชั่วโมงสูงสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นับตั้งแต่กรุงโซลเริ่มบันทึกข้อมูลสภาพอากาศเมื่อปี 1907 หรือราว 119 ปีที่ผ่านมา
ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักประกอบกับกระแสลมแรง ยังทำให้ใบไม้ร่วงจำนวนมากถูกพัดลงมาสะสมและอุดตันท่อระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำฝนไม่สามารถไหลลงสู่ระบบระบายน้ำได้ตามปกติ จนเกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานีรถไฟใต้ดินยอนชินแน ในเขตอึนพยอง ทางตอนเหนือของกรุงโซล ซึ่งมีน้ำท่วมถนนจนรถยนต์ต้องเคลื่อนผ่านน้ำท่วมขัง ขณะที่ในเมืองโกยาง จังหวัดคยองกี ประชาชนต้องช่วยกันนำใบไม้ที่อุดตันท่อระบายน้ำออก เพื่อเร่งให้น้ำไหลลงท่อและลดระดับน้ำบนถนน
อี กวังยอน นักวิเคราะห์พยากรณ์อากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ อธิบายว่า สาเหตุสำคัญของฝนตกหนักครั้งนี้เกิดจากมวลอากาศชื้นปริมาณมากที่เคลื่อนตัวขึ้นมาจากทางใต้ ปะทะกับมวลอากาศเย็นและแห้งจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดสภาวะเหมาะสมต่อการพัฒนาของกลุ่มเมฆฝนกำลังแรง จนเกิดฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ๆ
นอกจากนี้ ฤดูใบไม้ร่วงยังเป็นช่วงที่ใบไม้ทยอยร่วงหล่นจำนวนมาก ทำให้ความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น แม้ปริมาณฝนจะไม่มากเท่ากับช่วงฤดูร้อน เนื่องจากใบไม้และเศษขยะสามารถอุดตันท่อระบายน้ำและทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็ว
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า ในวันที่ 20 ตุลาคม ฝนจะตกส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้และเกาะเชจู ก่อนที่วันที่ 21 ตุลาคม จะมีฝนตกในกรุงโซลและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ โดยจังหวัดชอลลาใต้ พื้นที่กวางจู และภูมิภาคคยองซัง อาจมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 60 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลมากกว่าสถานการณ์ฝนตกหนักเฉพาะหน้า คือแนวโน้มของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังทวีความรุนแรงในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งอาจส่งผลให้เกาหลีใต้มีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม
เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกใกล้เส้นศูนย์สูตรสูงกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนของบรรยากาศและรูปแบบฝนในหลายภูมิภาคทั่วโลกเปลี่ยนแปลง โดยเอลนีโญครั้งนี้ถูกคาดการณ์ว่าอาจพัฒนาเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เอลนีโญกำลังรุนแรงมาก หรือที่เรียกว่า "ซูเปอร์เอลนีโญ" นับตั้งแต่ปี 1950
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ระบุเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า เอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่องก่อนถึงจุดสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคม โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทั่วโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ย และทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนแปลงไป จนนำไปสู่ความเสี่ยงภัยแล้งและน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละภูมิภาค
สำหรับเกาหลีใต้ ผลกระทบของเอลนีโญอาจแตกต่างกันไปตามช่วงฤดูกาล โดยในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง เอลนีโญอาจทำให้ฝนลดลงและเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้ง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ปริมาณฝนกลับมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากกระแสลมจากทางเหนืออ่อนกำลังลง ขณะที่ความชื้นจากทางใต้ไหลเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น
ข้อมูลจากเหตุการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในอดีตพบว่า ปริมาณฝนในเดือนพฤศจิกายนของเกาหลีใต้เคยสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลถึง 2–3 เท่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า เกาหลีใต้อาจต้องเผชิญฝนตกหนักผิดฤดูกาลต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนถึงปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง โดย คิม จงมิน นักวิจัยจากสถาบันวิศวกรรมโยธาและเทคโนโลยีการก่อสร้างแห่งเกาหลีใต้ เปิดเผยผลการจำลองสถานการณ์ฝนตกหนักว่า หากเศษขยะทำให้พื้นที่ระบายน้ำเหลือเพียง 1 ใน 5 ของขนาดเดิม ประสิทธิภาพการซึมผ่านของน้ำจะลดลงเหลือประมาณ 30% ขณะที่ประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำท่วมจะลดลงเหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำว่า การกำจัดใบไม้และเศษขยะออกจากท่อระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักอย่างฉับพลัน
- ฝนถล่ม “สเปน” 632 มม. ใน 36 ชม. ประกาศเตือนภัยสูงสุด
- น้ำป่าอช.แม่วงก์ ทะลักท่วมชุมชน อ.สว่างอารมณ์ ซ้ำรอบ 2
- น้ำท่วมปราจีนบุรี ยังไม่คลี่คลาย น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านวอนหน่วยงานช่วยเหลือ
- กทม.เสี่ยง "เรนบอมบ์" เปิด 4 แผนรับมือน้ำท่วมซ้ำ
- วิกฤตหลังน้ำท่วม! วัดจมน้ำ 1.5 เมตร คลองเน่า-ปลาตายเกลื่อน
ที่มาข้อมูล : koreajoongangdaily.com
ที่มารูปภาพ : Reuters
