ไขข้อสงสัย ทำไม “แม่น้ำป่าสัก” เปลี่ยนเป็นสีเขียวหลัง “น้ำท่วม”?

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การทมหาชน) หรือ GISTDA เผยแพร่ภาพพื้นที่บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อเปรียบเทียบภาพจากดาวเทียม Sentinel-2C วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 กับ Landsat-8 วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พบการเปลี่ยนแปลงของลักษณะผิวน้ำอย่างเห็นได้ชัดทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ความแตกต่างของขนาดพื้นผิวน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก่อน (ซ้ายมือ) และหลังสถานการณ์ (ขวามือ) จากภาพแสดงถึงปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างมากจนถึงระดับใกล้เต็มความจุเขื่อน
สรุปข่าว
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การทมหาชน) หรือ GISTDA เผยแพร่ภาพพื้นที่บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อเปรียบเทียบภาพจากดาวเทียม Sentinel-2C วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 กับ Landsat-8 วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พบการเปลี่ยนแปลงของลักษณะผิวน้ำอย่างเห็นได้ชัดทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ความแตกต่างของขนาดพื้นผิวน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก่อน (ซ้ายมือ) และหลังสถานการณ์ (ขวามือ) จากภาพแสดงถึงปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างมากจนถึงระดับใกล้เต็มความจุเขื่อน
ภาพถ่ายจากดาวเทียมเดือนตุลาคม 2569 ปรากฎสีน้ำในเขื่อนเป็นสีเขียว เนื่องจาก พื้นที่โดยรอบเขื่อนป่าสักฯ เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหลัก เมื่อเกิดฝนตก น้ำฝนที่ไหลบ่าผ่านพื้นที่ดังกล่าว จะชะล้างและพัดพาเอาสารอาหารจากปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี และอินทรียวัตถุต่างๆ ลงสู่เขื่อน โดยหากมีสารอาหารเหล่านี้ไหลลงสู่เขื่อนในปริมาณมาก ประกอบกับมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สาหร่ายและแพลงก์ตอนพืชจะสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว (Algae bloom) ทำให้เกิดเป็นปรากฎการณ์น้ำเขียวในเขื่อนฯ ดังที่เราเห็นในภาพ
ผลกระทบจากปรากฏการณ์ “สาหร่ายสะพรั่ง” นั้นส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและธรรมชาติ เนื่องจากแหล่งน้ำมีปริมาณธาตุอาหารโดยเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงมากกว่าปกติ ทำให้สาหร่ายหรือสัตว์เซลล์เดียวเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อรวมตัวกันจนหนาแน่นบนผิวน้ำจะกั้นไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องลงมายังแหล่งน้ำได้ ทำให้พืชที่อยู่ใต้น้ำตายเพราะไม่สามารถรับแสงอาทิตย์มาสังเคราห์แสงได้ นอกจากนี้ปริมาณออกซิเจนยังลดลงจนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ สัตว์น้ำจำนวนมากขาดออกซิเจนและอาจได้รับสารพิษจากสาหร่างที่ปล่อยออกมาและล้มตายได้ ปริมาณสัตว์น้ำลดลงและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร
- ป่าเขตร้อนอาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ เทียบเท่า 3.3 ล้านปี ในเวลาไม่กี่สิบปี
- แม่น้ำป่าสักดำสนิท! ไม่ใช่เหตุการณ์จริง เป็นภาพสร้างด้วย AI
- วิกฤตใต้ผืนน้ำ! มหาสมุทรร้อนจัด จนระบบนิเวศใกล้ล่มสลาย
- สิ่งแวดล้อมฟื้นไม่ทัน วิกฤตโลกร้อนซัดระบบนิเวศ ทะเลออสเตรเลียทรุดหนัก
- นกทะเลชายฝั่งเปรู ลดฮวบ 75% เสี่ยงสูญพันธุ์ เจอทั้งโลกร้อน-โรคระบาด
