กทม.เร่งสู้ “น้ำท่วม” เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่หนองจอก-ลาดกระบังยังอ่วม จ่อโอนเงินเยียวยาสัปดาห์นี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
กทม.เร่งสู้ “น้ำท่วม” เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่หนองจอก-ลาดกระบังยังอ่วม  จ่อโอนเงินเยียวยาสัปดาห์นี้

กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ หนองจอกและลาดกระบัง หลังฝนตกหนักและมีฝนสะสมช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม ขณะที่ภาพรวมระดับน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตั้งเป้าเริ่มโอนเงินช่วยเหลือให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันสิทธิแล้วภายในสัปดาห์นี้

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักและสะสมตั้งแต่คืนวันที่ 5 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูง โดยเฉพาะ เขตสายไหม ธนบุรี จอมทอง และคลองเตย ทำให้ระดับน้ำในคูคลองและคลองประเวศบุรีรมย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย


สรุปข่าว

สถานการณ์ “น้ำท่วม” ในกรุงเทพฯ เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังหลายพื้นที่สามารถเร่งระบายน้ำได้และไม่มีฝนตกหนักซ้ำในจุดวิกฤต แต่ หนองจอก ลาดกระบัง และบางพื้นที่ริมคลองยังต้องเฝ้าระวัง หากฝนไม่ตกเพิ่ม ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กทม.เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนทั้งการสูบน้ำ แจกถุงยังชีพ และเร่งกระบวนการเยียวยา โดยผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันสิทธิแล้ว มีเป้าหมายได้รับเงินช่วยเหลือภายในสัปดาห์นี้ ส่วนประชาชนที่ได้รับความเสียหายควรเก็บภาพและหลักฐานไว้ เพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ หนองจอกและลาดกระบัง หลังฝนตกหนักและมีฝนสะสมช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม ขณะที่ภาพรวมระดับน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตั้งเป้าเริ่มโอนเงินช่วยเหลือให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันสิทธิแล้วภายในสัปดาห์นี้

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักและสะสมตั้งแต่คืนวันที่ 5 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูง โดยเฉพาะ เขตสายไหม ธนบุรี จอมทอง และคลองเตย ทำให้ระดับน้ำในคูคลองและคลองประเวศบุรีรมย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย


ขณะเดียวกัน คลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเอ่อสูงขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์เตือนภัยสีส้ม ส่วนคลองเปรมประชากรบางจุดมีสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงจากปริมาณน้ำเอ่อล้น อย่างไรก็ตาม จุดน้ำท่วมวิกฤตเดิมยังไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น กรุงเทพมหานครจึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำในคูคลองให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับฝนระลอกต่อไป


ด้าน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือจุดน้ำท่วมขังในแต่ละเขตประมาณ 3-4 จุด โดยส่วนใหญ่มีระดับน้ำประมาณ 15-25 เซนติเมตร แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำสูงถึงประมาณ 50 เซนติเมตร เช่น หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก และเคหะชุมชนร่มเกล้า

 

กทม.ได้ระดมเครื่องสูบน้ำและทรัพยากรจากหลายหน่วยงาน ทั้งทหาร กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมส่งถุงยังชีพและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยหากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม คาดว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง


ส่วนมาตรการเยียวยา ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ประมาณ 522,000 ราย ระบบ Claim.Bangkok ประมาณ 50,300 ราย และยื่นคำร้องผ่านสำนักงานเขตประมาณ 2,498 ราย ขณะที่ยังมี 3 เขตอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดย กทม.ได้เพิ่มจุดให้บริการช่วยเหลือประชาชนประมาณ 22 จุด สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์

 

สำหรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย รัฐบาลตั้งเป้าเริ่มโอนเงินเยียวยาบางส่วน ภายในสัปดาห์นี้ ให้แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันสิทธิจากสำนักงานเขตแล้ว ส่วนบ้านเรือนที่ต้องประเมินความเสียหายเพิ่มเติม จะมีทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยตั้งเป้าให้การประเมินแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

 

กทม.ขอให้ประชาชน ถ่ายภาพความเสียหายและเก็บหลักฐานไว้ก่อนทำความสะอาดบ้าน เพื่อใช้ประกอบการขอรับความช่วยเหลือ โดยเอกสารหลักสามารถใช้ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของหรือการเช่าจริงได้ ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาโฉนดที่ดินในทุกกรณี ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบออนไลน์ให้ประชาชนสามารถอัปโหลดภาพและเอกสารได้สะดวกมากขึ้น

 

ส่วนกรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กทม.อยู่ระหว่างหารือกับ สำนักงาน คปภ. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Reuters