จับตา 5–7 ต.ค. น้ำทะเลหนุน-ฝนถล่ม เสี่ยงล้นพื้นที่ลุ่มต่ำ

จับตาสถานการณ์น้ำ 5 ต.ค. 69 กรมชลประทานยังคงระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ สทนช. เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับต้องรับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5–7 ต.ค.นี้
สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาเช้าวันที่ 5 ต.ค. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,052 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานบริหารกระจายน้ำเข้าสู่ระบบทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อชะลอปริมาณน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ตอนล่าง พร้อมติดตามสถานการณ์ท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีมวลน้ำสะสมและน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สรุปข่าว
จับตาสถานการณ์น้ำ 5 ต.ค. 69 กรมชลประทานยังคงระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ สทนช. เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับต้องรับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5–7 ต.ค.นี้
สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาเช้าวันที่ 5 ต.ค. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,052 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานบริหารกระจายน้ำเข้าสู่ระบบทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อชะลอปริมาณน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ตอนล่าง พร้อมติดตามสถานการณ์ท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีมวลน้ำสะสมและน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สทนช. ระบุว่า แม้น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะเริ่มลดลง แต่ยังต้องคงการระบายน้ำในระดับดังกล่าว เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังยังมีปริมาณมาก โดยคาดว่าในอีก 2–3 วันสถานการณ์จะเริ่มลดลงและสามารถบริหารการระบายน้ำได้คงที่ ขณะเดียวกันพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยใน จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หลังมวลน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเดินทางถึงพื้นที่แล้ว ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร ก่อนจะไหลต่อไปยังปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ
แม้ระดับคันกั้นน้ำในปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครยังสูงกว่าระดับน้ำ แต่พื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม อาจได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี
ด้านกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ ยังคงบูรณาการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งการบริหารจัดการน้ำ ระบบระบายน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วม และพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพฯ โดย กทม. ระบุว่า หลังบทเรียนจากน้ำท่วมปี 2554 ได้เสริมแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดระยะทาง 88 กิโลเมตร ให้สูงประมาณ 3 เมตร และบางจุดสูงถึง 3.50 เมตร ปัจจุบันยังมีศักยภาพรองรับน้ำได้อีกประมาณ 1.60–1.80 เมตร
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 5–10 ต.ค. ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึง ฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 5–7 ต.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่และส่งผลต่อสถานการณ์น้ำท่วม
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า ณ วันที่ 4 ต.ค. ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 28 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทบ 154 อำเภอ ประชาชนกว่า 1.17 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 3.26 ล้านคน และมีรายงานผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ 31 ราย
- เตือนหลังน้ำลด อย่าเพิ่งวางใจ “ยุง-แมลงวัน” อาจเพิ่มความเสี่ยงโรค
- เปิดวิธีกำจัด “เชื้อรา” หลังน้ำลด
- งานวิจัยช่วยวิกฤต! ม.อ.-อว. ส่งข้าวกล่องนวัตกรรม “Grab agro” 3,000 กล่อง เก็บได้นาน 18 เดือน บรรเทาทุกข์ "น้ำท่วม"
- เตือน น้ำท่วมขัง น้ำเน่า เสี่ยงเชื้อโรคปนเปื้อนอาหาร
- “อังกฤษ” ผวาน้ำท่วม! จับตาต.ค.-ธ.ค.ฝนแรงกว่าปกติ กว่า 2 ล้านคนไม่รู้บ้านอยู่พื้นที่เสี่ยง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Getty Image
