“ดวงจันทร์” เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมจริงหรือ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ดวงจันทร์” เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมจริงหรือ?

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครหลังเผชิญฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาส่งให้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ทางภาครัฐกำลังเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างตอเนื่อง เพื่อลงสู่อ่าวไทย แต่รู้หรือไม่ว่า มีอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การระบายน้ำท่วมออกไปต้องเกือบหยุดชะงักทางดาราศาสตร์อย่าง "ดวงจันทร์" ที่อยู่ลอยอยู่เหนือโลกออกไปกว่า 4 แสนกิโลเมตร เข้ามาส่งผลต่อน้ำท่วมได้อย่างไร

สรุปข่าว

ฝนหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของกทม. ซึ่งมีอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำนั่นคือ “แรงดึงดูดจากดวงจันทร์” ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง ส่งผลต่อการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครหลังเผชิญฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาส่งให้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ทางภาครัฐกำลังเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างตอเนื่อง เพื่อลงสู่อ่าวไทย แต่รู้หรือไม่ว่า มีอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การระบายน้ำท่วมออกไปต้องเกือบหยุดชะงักทางดาราศาสตร์อย่าง "ดวงจันทร์" ที่อยู่ลอยอยู่เหนือโลกออกไปกว่า 4 แสนกิโลเมตร เข้ามาส่งผลต่อน้ำท่วมได้อย่างไร

ดร. มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้อธิบายว่า ดวงจันทร์ เช่นเดียวกับวัตถุทุกชนิดในเอกภพ ส่งแรงดึงดูดมวลเข้าหามัน แรงโน้มถ่วงนี้ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับขนาดของมวล แต่ยังขึ้นอยู่กับระยะห่างอีกด้วย หรือที่เรารู้จักกันในนามของ "กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน"  อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระดับที่ใหญ่ขึ้น น้ำในอ่าวไทยที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย มีระยะห่างจากดวงจันทร์แตกต่างกันกว่า 6000 กม. แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ที่แตกต่างกันส่งผลให้น้ำในมหาสมุทรไหลไปกองกันในบริเวณใกล้และไกลจากดวงจันทร์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "น้ำขึ้น-น้ำลง" หรือ "แรงไทดัล" นั่นเอง

แต่ดวงจันทร์นั้นไม่ใช่เพียงวัตถุเดียวที่มีแรงไทดัลต่อมหาสมุทรบนโลก ดวงอาทิตย์ก็ส่งแรงไทดัลมาบนโลกเช่นกัน แม้ว่าดวงอาทิตย์จะมีมวลมากกว่าดวงจันทร์เป็นอย่างมาก แต่มันก็อยู่ไกลออกไปเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้แรงไทดัลจากดวงอาทิตย์นั้นมีผลเป็นเพียง 1 ใน 3 ของแรงไทดัลจากดวงจันทร์ แรงไทดัลจากวัตถุทั้งสองนี้ส่งผลต่อกันในรูปแบบที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่จะมาส่งเสริมกันมากที่สุดในช่วงจันทร์เพ็ญ และจันทร์ดับ ส่งผลให้เกิดกระแสน้ำขึ้น-น้ำลงสูงสุด เรียกว่า "น้ำเกิด" (spring tide) ในขณะที่ช่วงข้างขึ้นและข้างแรม 8 ค่ำจะหักล้างกัน ความแตกต่างระหว่างน้ำขึ้น-น้ำลงจึงไม่ได้มากนัก เรียกว่า "น้ำตาย" (neap tide)

แล้วน้ำขึ้น-น้ำลง เกี่ยวข้องกับอุทกภัยในกรุงเทพมหานครอย่างไร?

กรุงเทพมหานครนั้นตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1.5 เมตร ด้วยเหตุนี้ในช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอ่าวไทย จนในบางครั้งทะเลกลับไหลย้อนกลับขึ้นมาในแม่น้ำเสียด้วยซ้ำ และแม้ว่าในช่วงน้ำเกิดที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด จะตามมาด้วยระดับน้ำทะเลต่ำสุด แต่ระดับน้ำทะเลที่ลดลงนี้กลับไม่ได้ส่งผลเพิ่มอัตราในการระบายมากขึ้นเท่าใดนัก โดยรวมแล้วในช่วงน้ำเกิด จึงกลับทำให้การระบายโดยรวมของแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงเป็นอย่างมาก

แม้จะเป็นที่ชัดเจนว่า ปริมาณน้ำฝนอันมหาศาลนั้นจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุทกภัยในครั้งนี้ แต่จันทร์เพ็ญในวันที่ 26 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีผลทำให้เกิดกระแสน้ำขึ้นสูงสุด (น้ำทะเลหนุน) ซึ่งในช่วงที่มีปริมาณมากที่สุดย่อมจะเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำสะสมในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก และระหว่างที่ทางการกำลังระบายน้ำออกไปนี้ เฟสของดวงจันทร์ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงน้ำตายในวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ก็จะช่วยให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยตามธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ และหวังว่าจะอุทกภัยในครั้งนี้จะผ่านพ้นไปเสียที

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ยังเตือนให้เราระลึกเสมอ ว่า "ดาราศาสตร์" และการเคลื่อนที่ของวัตถุบนท้องฟ้า ก็ยังคงสามารถส่งอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์บนโลกได้เสมอ

 

 

ภาพ: NASA

ที่มา: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

__________

#TNNEARTH #ดาราศาสต์ #ดวงจันทร์ #น้ำท่วม #กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน #สภาพอากาศ #น้ำเกิด #น้ำขึ้น #น้ำลง #แม่น้ำเจ้าพระยา #ภัยธรรมชาติ #น้ำทะเลหนุน #น้ำท่วม #น้ำเหนือ #พื้นที่เสี่ยงภัย #ระดับน้ำ#แนวป้องกันน้ำ #เกาะติดน้ำท่วม2569 #น้ำท่วมปี69 #เกาะติดน้ำท่วมปี69 #น้ำท่วม2569 #น้ำท่วม2026 #tnnเกาะติดน้ำท่วม

ที่มาข้อมูล : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ที่มารูปภาพ : NASA