มวลน้ำแม่กลองจ่อ! เขื่อนเพิ่มการระบาย 2,300 ลบ.ม. เตือน 3 จังหวัดเร่งรับมือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
มวลน้ำแม่กลองจ่อ!  เขื่อนเพิ่มการระบาย 2,300 ลบ.ม. เตือน 3 จังหวัดเร่งรับมือ

รัฐบาลเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนแม่กลอง โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลองตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งแจ้งเตือนและอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนมวลน้ำมาถึง

 

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริเวณเขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ยังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตามแผนจะปรับเพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 06.00 น. วันที่ 30 กันยายน

 

ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำตลอดแนวแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งเริ่มส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา


สรุปข่าว

สถานการณ์แม่น้ำ “แม่กลอง” ยังต้องเฝ้าระวัง หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์มีน้ำเกิน 90% และเขื่อนแม่กลองเตรียมเพิ่มการระบายเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรัฐบาลยกระดับการรับมือ 3 จังหวัด ตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี ถึงสมุทรสงคราม เน้นแจ้งเตือนล่วงหน้าและอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนมวลน้ำถึงพื้นที่ ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ การเคลื่อนย้ายยานพาหนะ และอาหาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเดินหน้าต่อเนื่องหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

รัฐบาลเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนแม่กลอง โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลองตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งแจ้งเตือนและอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนมวลน้ำมาถึง

 

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริเวณเขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ยังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตามแผนจะปรับเพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 06.00 น. วันที่ 30 กันยายน

 

ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่ลุ่มต่ำตลอดแนวแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งเริ่มส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา


ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมท้ายเขื่อนแม่กลอง หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 90 และจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ส่งผลให้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 1–1.5 เมตร และอาจกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ

 

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้ง 3 จังหวัดคำนวณระยะเวลาที่มวลน้ำจะเดินทางถึงแต่ละชุมชน พร้อมประสานข้อมูลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกำหนดภารกิจสำคัญในการรับมือสถานการณ์ คือ การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก ไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนน้ำมาถึง โดยต้องไม่มีผู้ป่วยติดเตียงตกค้างในพื้นที่เสี่ยง

 

ขณะเดียวกัน ให้เร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์และยานพาหนะออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อป้องกันความเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ หากศาลากลางจังหวัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ต้องมีแผนสำรองสำหรับย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้การบัญชาการเหตุการณ์ดำเนินต่อเนื่อง


ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่อพยพ รัฐบาลกำชับให้เตรียมอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน 3 มื้อ เนื่องจากในช่วงแรกประชาชนอาจยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ ขณะที่การแจกถุงยังชีพให้ดำเนินการในลำดับถัดไป

 

สำหรับวันนี้ (30 กันยายน) นายกรัฐมนตรีเตรียมเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองในเวลา 08.00 น. ขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรับมืออุทกภัยในพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยเน้นให้จังหวัดราชบุรีวางแผนรับมือเส้นทางน้ำจากจังหวัดกาญจนบุรีให้สอดคล้องกัน ทั้งการแจ้งเตือน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเตรียมอพยพล่วงหน้า

 

ส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำของแม่น้ำแม่กลอง ขอให้เตรียมพร้อมตั้งแต่ระดับชุมชน โดยเฉพาะการระบุกลุ่มเปราะบางเป็นรายบุคคล และเร่งแจ้งเตือนให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว

 

ขณะที่ ปภ. ทั้ง 3 จังหวัด ต้องนำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาวางแผนร่วมกัน พร้อมวิเคราะห์เส้นทางน้ำและเตรียมแผนรองรับกรณีสถานการณ์รุนแรง ทั้งเส้นทางคมนาคม การเคลื่อนย้ายรถยนต์ การอพยพประชาชน และการจัดเตรียมอาหาร เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน