มวลน้ำเหนือจ่อภาคกลาง! จับตา 4 จุดชี้ชะตากรุงเทพฯ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก SonthiKotchawatเกี่ยวกับ “น้ำเหนือ” ไหลลงภาคกลาง จับตา 4 จุดสำคัญ
น้ำปริมาณมากจากภาคเหนือกำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ทำให้การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครมีความสำคัญ โดยหัวใจสำคัญของการประเมินสถานการณ์คือการติดตามสถานีวัดน้ำท่าซึ่งเป็นค่าปริมาณน้ำไหลผ่าน และสถานีควบคุมการระบายน้ำหลักตามเส้นทางการไหลของน้ำจากเหนือลงใต้
จุดแรกคือสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ก่อนเข้าสู่ภาคกลางตอนบน จึงถือเป็น “ด่านแรก” ที่ใช้บอกปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมา หากสถานี C.2 มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูง โดยเริ่มเกิน 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะสะท้อนว่ามวลน้ำจากภาคเหนือกำลังไหลลงมาในปริมาณมาก
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก SonthiKotchawatเกี่ยวกับ “น้ำเหนือ” ไหลลงภาคกลาง จับตา 4 จุดสำคัญ
น้ำปริมาณมากจากภาคเหนือกำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ทำให้การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครมีความสำคัญ โดยหัวใจสำคัญของการประเมินสถานการณ์คือการติดตามสถานีวัดน้ำท่าซึ่งเป็นค่าปริมาณน้ำไหลผ่าน และสถานีควบคุมการระบายน้ำหลักตามเส้นทางการไหลของน้ำจากเหนือลงใต้
จุดแรกคือสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ก่อนเข้าสู่ภาคกลางตอนบน จึงถือเป็น “ด่านแรก” ที่ใช้บอกปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมา หากสถานี C.2 มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูง โดยเริ่มเกิน 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะสะท้อนว่ามวลน้ำจากภาคเหนือกำลังไหลลงมาในปริมาณมาก
จุดที่สองคือสถานี C.13 บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทซึ่งถือเป็น “ประตูหลัก” ในการบริหารจัดการน้ำ และเป็นจุดสำคัญต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยหากมีการระบายน้ำต่ำกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีถือว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับปกติ แต่หากระบายในช่วง 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีพื้นที่ส่วนใหญ่ยังปลอดภัย แต่อาจเริ่มมีน้ำล้นในบางพื้นที่
หากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึง 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น อำเภอเสนา ผักไห่ และบางบาล จะเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วม ขณะที่ระดับ 2,000–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไปพื้นที่ลุ่มต่ำและบางจุดในคันกั้นน้ำจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงทันที ส่วนหากระบายเกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีภาคกลางตอนล่างจะต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปถึงปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร
จุดที่สามคือสถานี C.29A อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นจุดตรวจสอบมวลน้ำด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่พื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร หากปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นเกิน 2,500–3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะเริ่มส่งผลกระทบและอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตามแนวคันกั้นน้ำหรือพื้นที่นอกคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ส่วนจุดที่สี่คือสถานีวัดระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ หรือปากคลองตลาด กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นจุดสำคัญในการประเมินผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร โดยต้องพิจารณาทั้งปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมาและระดับน้ำทะเลหนุน ซึ่งวัดเป็นเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือ ม.รทก. หากระดับน้ำแตะหรือเกิน 2.00–2.20 เมตร ม.รทก.พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีแนวเขื่อนถาวรอาจเกิดน้ำหนุนเอ่อล้นเข้าท่วมได้
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน กรมชลประทานได้ประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,737 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขณะที่ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หรือสถานี C.13 อยู่ที่ 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น.และมีแผนทยอยปรับเพิ่มการระบายให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ามวลน้ำปริมาณมากจากภาคเหนือกำลังทยอยไหลลงสู่ภาคกลางการติดตามตัวเลขจากสถานี C.2, C.13, C.29A และระดับน้ำบริเวณปากคลองตลาด จึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินแนวโน้มสถานการณ์และเตรียมรับมือผลกระทบจากน้ำเหนือที่จะไหลลงมาต่อเนื่อง
- น้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยาปรับระบาย เตือน 11 จว. เตรียมรับมือ
- ฝนตกหนักอย่าชะล่าใจ! 6 สัญญาณเตือน “น้ำป่า” กำลังมา
- จับตาพายุลูกใหม่! เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก-หนักมาก ช่วงวันที่ 12-13 ก.ย.
- “แมลงก้นกระดก” ช่วงหน้าฝน ชี้พิษคล้ายกรดทำผิวไหม้พุพอง
- “เนปาล” หวั่นภัยพิบัติซ้ำซ้อน แนวกั้นทะเลสาบจุดดินถล่มเสี่ยงพัง สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก SonthiKotchawat
ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน
