โลกร้อนเร่งน้ำทะเลสูง ออสเตรเลียเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง กระทบวิถีชีวิตคนนับแสน

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนเร่งน้ำทะเลสูง ออสเตรเลียเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง กระทบวิถีชีวิตคนนับแสน

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Scientific Reports โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นและมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย พบว่า ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับปานกลาง น้ำท่วมชายฝั่งอาจส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์เกือบ 270,000 แห่งภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับปานกลาง 

 

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงบ้านพักอาศัย แต่ยังรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และพื้นที่ธรรมชาติ เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่เพียงพื้นที่บนแผนที่แต่เป็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งมาอย่างยาวนาน 

 

สาเหตุสำคัญมาจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลขยายตัวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งบนโลกกำลังสูญเสียมวลและเติมน้ำเข้าสู่มหาสมุทร ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการศึกษาครั้งนี้ใช้สถานการณ์ SSP2-4.5 ของ IPCC ซึ่งเป็นสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับกลาง และคาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มขึ้นราว 2.7 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมภายในปี 2100


สรุปข่าว

งานวิจัยใหม่จากออสเตรเลียประเมินว่า ภายในปี 2100 ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและคลื่นพายุซัดฝั่ง อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์เกือบ 270,000 แห่ง ครอบคลุมทั้งบ้านพักอาศัย พื้นที่เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อม โดยสาเหตุหลักมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน แม้ว่าจะออสเตรเลียจะดำเนินนโยบายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามแผนก็ตาม แต่ก็พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมอยู่ดี

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Scientific Reports โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นและมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย พบว่า ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับปานกลาง น้ำท่วมชายฝั่งอาจส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์เกือบ 270,000 แห่งภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับปานกลาง 

 

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงบ้านพักอาศัย แต่ยังรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และพื้นที่ธรรมชาติ เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่เพียงพื้นที่บนแผนที่แต่เป็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งมาอย่างยาวนาน 

 

สาเหตุสำคัญมาจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลขยายตัวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งบนโลกกำลังสูญเสียมวลและเติมน้ำเข้าสู่มหาสมุทร ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการศึกษาครั้งนี้ใช้สถานการณ์ SSP2-4.5 ของ IPCC ซึ่งเป็นสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับกลาง และคาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มขึ้นราว 2.7 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมภายในปี 2100


ประชากรส่วนใหญ่ของออสเตรเลียอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ชายฝั่งในระยะ 50 กิโลเมตร หากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นเพียงแค่เล็กน้อย แต่สถานการณ์นี้เกิดขึ้นบนฐานของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอยู่แล้ว เมื่อพายุพัดเข้าฝั่งก็สามารถพัดเอาน้ำทะเลเข้าสู่พื้นที่ได้ลึกกว่าเดิม ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้คนอาจต้องเผชิญกับน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าและระบบน้ำประปาขัดข้องเสียหายได้ นอกจากนี้พื้นที่เกษตรกรรมยังอาจได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มที่รุกล้ำเข้ามา

 

ขณะที่ชาวประมงอาจต้องเผชิญสภาพชายฝั่งและระบบนิเวศที่เปลี่ยนไป เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มชายฝั่งอาจต้องรับมือกับน้ำเค็ม ขณะที่ธุรกิจที่พึ่งพาชายหาดและการท่องเที่ยวก็ต้องปรับตัวเมื่อชายหาดถูกกัดเซาะหรือได้รับความเสียหายจากพายุ เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟู รวมถึงกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว


นักวิจัยมองว่า หนึ่งในวิธีที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในการรับมือกับปัญหานี้ คือการหลีกเลี่ยงการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมกับฟื้นฟูแนวชายฝั่งและระบบนิเวศธรรมชาติ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากคลื่นและพายุในอนาคต

 

แม้ว่าปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากทั่วโลกไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจเกินกว่าที่จะคาดเดาได้

ที่มาข้อมูล : phys.org

ที่มารูปภาพ : Envato