"แม่น้ำไรน์" เยอรมนีวิกฤต ระดับน้ำลดต่ำ ทำต้นทุนขนส่งพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
"แม่น้ำไรน์" เยอรมนีวิกฤต ระดับน้ำลดต่ำ ทำต้นทุนขนส่งพุ่ง

วิกฤตสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความร้อนที่ยาวนานและปริมาณฝนที่ตกน้อยตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีลดลงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างแรงกดดันต่อการขนส่งทางเรือและภาคอุตสาหกรรมบนเส้นทางน้ำสำคัญของยุโรปแห่งนี้

ในเมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำอย่างเมืองเคาบ์ (Kaub) ซึ่งมีประชากรไม่ถึง 800 คน ระดับน้ำของแม่น้ำไรน์กลับมีความสำคัญอย่างมาก แม้เมืองจะมีขนาดเล็ก แต่เคาบ์ถือเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งสินค้าทางแม่น้ำ เช่นเดียวกับความจุของถังที่ถูกจำกัดด้วยแผ่นไม้ที่สั้นที่สุด ปริมาณสินค้าที่เรือสามารถบรรทุกได้ก็ถูกกำหนดโดยระดับน้ำที่เคาบ์เช่นกัน

สรุปข่าว

“แม่น้ำไรน์” เผชิญระดับน้ำต่ำเป็นประวัติการณ์ จากอากาศร้อนต่อเนื่องและฝนตกน้อยในช่วงฤดูร้อน ระดับน้ำต่ำทำให้เกิด ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ความล่าช้าด้านโลจิสติกส์ และความเสี่ยงต่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

วิกฤตสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความร้อนที่ยาวนานและปริมาณฝนที่ตกน้อยตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีลดลงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างแรงกดดันต่อการขนส่งทางเรือและภาคอุตสาหกรรมบนเส้นทางน้ำสำคัญของยุโรปแห่งนี้

ในเมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำอย่างเมืองเคาบ์ (Kaub) ซึ่งมีประชากรไม่ถึง 800 คน ระดับน้ำของแม่น้ำไรน์กลับมีความสำคัญอย่างมาก แม้เมืองจะมีขนาดเล็ก แต่เคาบ์ถือเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งสินค้าทางแม่น้ำ เช่นเดียวกับความจุของถังที่ถูกจำกัดด้วยแผ่นไม้ที่สั้นที่สุด ปริมาณสินค้าที่เรือสามารถบรรทุกได้ก็ถูกกำหนดโดยระดับน้ำที่เคาบ์เช่นกัน

แบร์นด์ โฟกท์ นายกเทศมนตรีเมืองเคาบ์ กล่าวว่า “ที่เคาบ์แห่งนี้ แม่น้ำไรน์มีลักษณะเหมือนแม่น้ำภูเขา ร่องน้ำแคบ มีบริเวณน้ำตื้นและก้อนหิน ทำให้เรือเดินทางได้ยาก เมื่อระดับน้ำลดต่ำ เรือจึงจำเป็นต้องลดปริมาณสินค้าในแต่ละเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ เพราะยิ่งบรรทุกสินค้าได้น้อย ต้นทุนการขนส่งต่อหน่วยก็ยิ่งสูงขึ้น” 

ช่วงระดับน้ำต่ำในฤดูร้อนปีนี้นำไปสู่เหตุการณ์ที่กลายเป็นตัวเลขสำคัญที่ชาวเมืองจะจดจำไปอีกนาน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ระดับน้ำที่เคาบ์วัดได้เพียง 6 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล ส่งผลให้บริการเรือข้ามฟากต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

อังเดร คิมเพล ผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก กล่าวว่า “มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก เราต้องระงับการให้บริการ เพราะมีน้ำอยู่ใต้เรือข้ามฟากไม่เพียงพอ การเดินเรือต่อไปมีความเสี่ยงมากเกินไป” 

ฝนที่ตกลงมาในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ระดับน้ำที่เคาบ์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 59 เซนติเมตร ทำให้เรือข้ามฟากกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังคงต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเมืองเคาบ์เท่านั้น ห่างออกไปทางใต้ราว 100 กิโลเมตร ในเมืองลุดวิกส์ฮาเฟน ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ BASF ยักษ์ใหญ่ด้านเคมีภัณฑ์ของเยอรมนี ก็ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของการขนส่งทางแม่น้ำไรน์เช่นกัน

โรงงาน BASF ซึ่งตั้งอยู่เป็นบริเวณกว้างริมแม่น้ำ พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในฐานะ “เส้นเลือดใหญ่” มานานกว่า 160 ปี โดยปกติแล้วเกือบร้อยละ 40 ของการขนส่งสินค้าของบริษัทดำเนินการผ่านเส้นทางน้ำภายในประเทศ

ในช่วงที่ระดับน้ำลดต่ำ BASF จำเป็นต้องนำเรือที่มีท้องเรือตื้นเป็นพิเศษมาใช้งาน และเปลี่ยนเส้นทางขนส่งวัตถุดิบสำคัญบางส่วนไปใช้รถไฟและรถบรรทุก เพื่อให้การผลิตดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

พื้นที่ริมแม่น้ำไรน์เป็นที่ตั้งของบริษัทสำคัญจำนวนมากของเยอรมนี ทั้งในอุตสาหกรรมเคมี เหล็ก และพลังงาน โดยมีการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าปริมาณมหาศาลผ่านทางน้ำสายนี้

หากระดับน้ำลดต่ำเป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่จะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นและเกิดความล่าช้าด้านโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย

สำหรับภูมิภาคตะวันตกของเยอรมนี ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญและพึ่งพาการขนส่งผ่านแม่น้ำไรน์มาเป็นเวลานาน การหาวิธีทำให้เส้นทางน้ำสำคัญสายนี้ยังคงสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะระดับน้ำต่ำรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น จะกลายเป็นความท้าทายระยะยาว

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters