
ในวันที่ 2 ของการจัดงาน GCNT Expo 2026 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “From SHOCK to SHIFT: Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจบนเวที Main Stage ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือหัวข้อ “From Waste to Wealth: Rethink the Entire Supply Chain จากของเสีย สู่การสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่” โดย คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มาร่วมถ่ายทอดมุมมองการจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกรายใหญ่ เปลี่ยนต้นทุนและปัญหาสู่โอกาสในการสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
จากข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ระบุว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 386 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งในจำนวนนี้มาจากภาคธุรกิจค้าปลีกและพาณิชยกรรมราว 2% แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะไม่ใช่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่แต่ก็อยู่ตรงกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตและผู้บริโภค โดยก๊าซเรือนกระจกส่วนหนึ่งถูกปล่อยมาจากการดำเนินงานภายใน ทั้งการใช้ไฟฟ้า เครื่องทำความเย็น น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง สินค้าที่จำหน่าย รวมถึงขยะอาหาร ที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งขยะอาหารปริมาณ 1 ตัน ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่การบริหารจัดการที่ดีจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมด
สรุปข่าว
ในวันที่ 2 ของการจัดงาน GCNT Expo 2026 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “From SHOCK to SHIFT: Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจบนเวที Main Stage ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือหัวข้อ “From Waste to Wealth: Rethink the Entire Supply Chain จากของเสีย สู่การสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่” โดย คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มาร่วมถ่ายทอดมุมมองการจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกรายใหญ่ เปลี่ยนต้นทุนและปัญหาสู่โอกาสในการสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
จากข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ระบุว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 386 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งในจำนวนนี้มาจากภาคธุรกิจค้าปลีกและพาณิชยกรรมราว 2% แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะไม่ใช่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่แต่ก็อยู่ตรงกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตและผู้บริโภค โดยก๊าซเรือนกระจกส่วนหนึ่งถูกปล่อยมาจากการดำเนินงานภายใน ทั้งการใช้ไฟฟ้า เครื่องทำความเย็น น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง สินค้าที่จำหน่าย รวมถึงขยะอาหาร ที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจค้าปลีก ซึ่งขยะอาหารปริมาณ 1 ตัน ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่การบริหารจัดการที่ดีจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมด
โดย ซีพี แอ็กตร้า ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการบริหารจัดการอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ทั้งขยะอาหารและขยะพลาสติก ลดการสร้างของเสียจากอาหารด้วยนโยบายสร้างคุณค่าให้มากที่สุด ป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารส่วนเกินโดยใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ช่วยยืดอายุสินค้าประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ รวมถึงนำเทคโนโลยี AI คาดการณ์ปริมาณการสั่งสินค้า ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ เมื่อเกิดอาหารส่วนเกินซึ่งเป็นอาหารเหลือที่ยังไม่หมดอายุจะถูกส่งต่อไปยังชุมชน องค์กรการกุศลผ่านโครงการ “กินได้ ไม่ทิ้งกัน” เพื่อปรุงเป็นอาหารสดใหม่และสร้างประโยชน์ช่วยลดค่าครองชีพของคนในชุมชนได้ ซึ่งที่ผ่านมาซีพีแอ็กตร้าสนับสนุนมื้ออาหารในชุมชนแล้วกว่า 1,413,215 มื้อ ขณะที่อาหารหมดอายุจะส่งต่อให้เกษตรกรนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ต่อไป เพื่อให้เหลือทิ้งในหลุมฝังกลบให้น้อยที่สุด สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 85 ล้านบาท
ซีพี แอ็กตร้า ไม่เพียงให้ความสำคัญกับอาหารส่วนเกิน และขยะอาหารเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงผลกระทบจากขยะพลาสติกซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนโยบายลดการใช้ตั้งแต่ต้นทางผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุทางเลือกให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้แล้ว ยังจัดตั้งจุดคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกลับเข้าสู่ระบบผ่านโครงการ “พลาสติก คืนค่า” โดยจุดรับคืนจะอยู่บริเวณร้านค้า ชุมชน และโรงเรียน ซึ่งจูงใจด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีจุดรับคืนขยะพลาสติกแล้วกว่า 800 จุด และมีเป้าหมายขยายจุดรับคืนให้ครอบคลุม 1,000 จุด เพื่อนำไปคัดแยกและเข้ากระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน ผลิตสินค้ารีไซเคิลคุณภาพสูงกลับเข้าสู่ห่วงโซ่ได้อีกครั้ง ส่วนขยะกำพร้าที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้จะถูกส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันในทุกภาคส่วนในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ซีพี แอ็กตร้า ยังให้ความร่วมมือกับภาคธุรกิจอื่น ๆ สร้างมูลค่าจากน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้แล้ว ส่งต่อน้ำมันพืชส่วนเกินจากการประกอบอาหารภายในธุรกิจค้าปลีกเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันอากาศยานยั่งยืน นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการแล้ว ยังช่วยให้ด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมการบินอีกด้วย โดยในอนาคต ซีพี แอ็กตร้า ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นต่อยอดสู่สินค้าไบโอพลาสติกเพื่อความยั่งยืน เพื่อเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ
จากการดำเนินงานสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนทำให้ ซีพี แอ็กตร้า ลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบแล้วมากกว่า 75,973 ตัน โดยแบ่งเป็นขยะอาหารกว่า 16,010 ตัน และขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ 59,36 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้วกว่า 179,619 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี 2568
คุณศิริพร กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากธุรกิจค้าปลีกไทยร่วมขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขนส่งสีเขียว การป้องกันและลดการสร้างขยะอาหาร และการคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกสู่ระบบเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ สร้างคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจยั่งยืน ยะระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม และช่วยสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไป
- ถอดแนวคิดผู้บริหารธุรกิจไทย "GCNT Expo 2026" ตอบโจทย์ใหญ่ความยั่งยืน
- "ซิกเว่ เบรกเก้" ชวนคุย เมื่อ AI คือ "ซูเปอร์คาร์" เราจะควบคุมความเร็วนี้อย่างไรให้ปลอดภัยและยั่งยืน บนเวทีงาน "GCNT EXPO 2026"
- GCNT Expo 2026 สร้างองค์กรที่ยั่งยืน เริ่มได้ด้วยการดูแล “คน”
- "CPF" ตอบโจทย์ยั่งยืน ยกระดับ 3 โมเดล เติบโตร่วมกันทั้ง Value Chain
- “ศุภชัย” ชู From SHOCK to SHIFT เร่งธุรกิจไทยรับกติกาโลกใหม่ ดัน SDGs สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
