“อินโดนีเซีย” เร่งรับมือไฟป่า-ควันพิษ ทำฝนเทียมเพื่อดับไฟ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อินโดนีเซีย” เร่งรับมือไฟป่า-ควันพิษ  ทำฝนเทียมเพื่อดับไฟ

ทางการอินโดนีเซียกำลังยกระดับความพยายามในการต่อสู้กับไฟป่า โดยดันเต ซักโซโน ฮาร์บูโวโน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย กล่าวว่า ประชาชนมากกว่า 5 ล้านคนบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเสี่ยงของหมอกควันพิษที่ปกคลุมพื้นที่ หลังเกิดไฟป่าหลายสิบจุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหมู่เกาะขนาดใหญ่

ดันเตระบุว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีประชาชนราว 13,500 คนเข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนเป็นระยะ ขณะที่หมอกควันยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย ขณะที่“กลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการประเมินเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง” 

สรุปข่าว

“อินโดนีเซีย” เพิ่มความพยายามในการรับมือไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในหลายพื้นที่ ด้วยการทำฝนเทียมและการใช้เครื่องบินโปรยน้ำ หลังประชาชนหลายพันคนทั่วประเทศต้องเผชิญปัญหาการหายใจท่ามกลางหมอกควันและมลพิษทางอากาศ

ทางการอินโดนีเซียกำลังยกระดับความพยายามในการต่อสู้กับไฟป่า โดยดันเต ซักโซโน ฮาร์บูโวโน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย กล่าวว่า ประชาชนมากกว่า 5 ล้านคนบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเสี่ยงของหมอกควันพิษที่ปกคลุมพื้นที่ หลังเกิดไฟป่าหลายสิบจุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหมู่เกาะขนาดใหญ่

ดันเตระบุว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีประชาชนราว 13,500 คนเข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนเป็นระยะ ขณะที่หมอกควันยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย ขณะที่“กลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการประเมินเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง” 

องค์กรพัฒนาเอกชนได้จัดตั้งศูนย์พักพิง 2 แห่งในเมืองปาลังการายา เมืองเอกของจังหวัดกาลิมันตันกลาง บนเกาะบอร์เนียว เพื่อช่วยเหลือทารกและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีกในอนาคต

ศูนย์พักพิงดังกล่าวสามารถรองรับเด็กได้ครั้งละเพียง 5 คน แต่มีการจัดเตรียมนมผงสำหรับทารก ถังออกซิเจน ยารักษาโรค รวมถึงพื้นที่สนามเด็กเล่น

ดันเตกล่าวว่า การสัมผัสกับอากาศที่เป็นพิษเป็นเวลานานสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพที่รุนแรงในระยะยาวได้ กระทรวงสาธารณสุขได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยไปแล้วมากกว่า 5 ล้านชิ้นทั่วประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรราว 289 ล้านคน และกำลังเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงเป็นพิเศษ ซึ่งถูกเรียกว่า “ก็อดซิลลา” (Godzilla)

สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) ระบุเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมว่า รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มข้นในการรับมือไฟป่า และเริ่มเห็นผลสำเร็จบางส่วน

เบอร์ตัน ซูอาร์ เปลิตา ปันจาอิตัน โฆษกของ BNPB กล่าวว่า “การทำฝนเทียมยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสนับสนุนการรับมือไฟป่าและการเผาป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่เกษตร แต่การดำเนินการจะขึ้นอยู่กับสภาพบรรยากาศและการมีอยู่ของกลุ่มเมฆที่สามารถก่อให้เกิดฝนในพื้นที่เป้าหมาย” 

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม การทำฝนเทียมไม่ใช่มาตรการเดียว เพราะหน่วยปฏิบัติการภาคพื้นดินและทางอากาศยังคงทำงานในพื้นที่เพื่อดับไฟและลดความร้อนของจุดที่เกิดไฟ”

 


หน่วยงานระบุว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการใช้น้ำมากกว่า 4 ล้านลิตรในการฉีดหรือโปรยลงบนพื้นที่ที่กำลังเกิดไฟ และเฉพาะวันที่ 26 สิงหาคมวันเดียว มีการโปรยเกลือมากกว่า 8,000 กิโลกรัมขึ้นไปบนก้อนเมฆเพื่อกระตุ้นให้เกิดฝน

เบอร์ตันกล่าวว่า ปฏิบัติการทำฝนเทียมในสัปดาห์นี้ประสบความสำเร็จในการทำให้เกิดฝนตกตั้งแต่ระดับเบาถึงปานกลางในพื้นที่ทางตะวันออกและทางใต้ของเกาะสุมาตรา รวมถึงพื้นที่ทางตะวันตกของกาลิมันตัน

รัฐบาลอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 1,250,000 ไร่ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ราว 3 เท่าของกรุงจาการ์ตา ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าช่วงที่อินโดนีเซียเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2019 และ 2023

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ภูมิอากาศตามธรรมชาติที่ทำให้รูปแบบลม ความกดอากาศ และปริมาณฝนทั่วโลกเปลี่ยนแปลง โดยสำหรับอินโดนีเซียมักส่งผลให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ไฟป่าจำนวนมากในอินโดนีเซียมีสาเหตุมาจากการถางและเผาพื้นที่เพื่อเตรียมที่ดินสำหรับการเกษตร

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters, AFP

แท็กบทความ

ไฟป่าอินโดนีเซีย
ควันไฟป่าสภาพอากาศ
การทำฝนเทียม
มลพิษ