
สถานการณ์นน้ำใน เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของลุ่มน้ำภาคกลาง พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง ล่าสุดวัดได้ 930 ลบ.ม./วินาที
ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดอัตราการระบายน้ำจาก 620 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 540 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน และตรึงอัตรานี้เป็นวันที่ 2 เพื่อรองรับฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายนนี้
สรุปข่าว
สถานการณ์นน้ำใน เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของลุ่มน้ำภาคกลาง พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง ล่าสุดวัดได้ 930 ลบ.ม./วินาที
ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดอัตราการระบายน้ำจาก 620 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 540 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน และตรึงอัตรานี้เป็นวันที่ 2 เพื่อรองรับฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายนนี้
จากการปรับลดการระบายน้ำดังกล่าว ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวสูงขึ้น 18 เซนติเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง วัดได้ 15.67 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจะมีฝนตกหนักตอนบนของประเทศอีก 4 วัน ซึ่งจะทำให้มีมวลน้ำไหลบ่าลงสู่ภาคกลางอีก ทางการจึงออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป โดยเฉพาะจุดเปราะบางใน 6 อำเภอของ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ เสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน และ บางไทร ให้สังเกตระดับน้ำและติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ที่มาข้อมูล : ชูเดช สีหะวงษ์ จ. ชัยนาท
ที่มารูปภาพ : ชูเดช สีหะวงษ์ จ. ชัยนาท
