ฝนหนักใกล้เขา อย่าชะล่าใจ! 6 สัญญาณอันตราย ก่อนน้ำป่า–ดินถล่ม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฝนหนักใกล้เขา อย่าชะล่าใจ!  6 สัญญาณอันตราย  ก่อนน้ำป่า–ดินถล่ม

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา ควรเอาตัวรอดอย่างไร?

 

ฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา...เอาตัวรอดอย่างไร?

การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ภูเขาสูงหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาในช่วงที่มีฝนตกหนัก มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะ น้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) และ ดินโคลนถล่ม (Landslide) ดังนั้น การรู้จักสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติและเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกต้อง อาจช่วยลดความสูญเสียได้

 

สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ เตือน เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ใกล้เชิงเขา เสี่ยงการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ต้องเฝ้าระวังสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำเปลี่ยนสี ระดับน้ำเพิ่มเร็ว หรือมีเสียงจากภูเขา หากพบรอยร้าว ดินเคลื่อนตัว เศษหินดินโคลนไหลมากับน้ำ หรือสัตว์ป่าแตกตื่น ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงทันที และอย่ามัวเก็บของ ควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน ตัดไฟหากทำได้อย่างปลอดภัย และ ห้ามลุยน้ำเชี่ยว พร้อมติดตามประกาศเตือนภัยจากทางการอย่างใกล้ชิด

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา ควรเอาตัวรอดอย่างไร?

 

ฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา...เอาตัวรอดอย่างไร?

การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ภูเขาสูงหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาในช่วงที่มีฝนตกหนัก มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะ น้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) และ ดินโคลนถล่ม (Landslide) ดังนั้น การรู้จักสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติและเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกต้อง อาจช่วยลดความสูญเสียได้

 

1. สัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่ต้องเฝ้าระวัง


1.1 ฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนาน

หากฝนตกติดต่อกันนานกว่า 6 ชั่วโมง หรือมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน ดินบนภูเขาอาจอุ้มน้ำจนถึงจุดอิ่มตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการพังถล่ม


1.2 สีของน้ำในลำห้วยเปลี่ยนไป

น้ำที่เคยใสเปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม สีส้ม สีขุ่นแดง หรือมีสีเดียวกับดินบนภูเขา อาจเป็นสัญญาณว่ามวลดินด้านบนเริ่มพังทลายและไหลลงมาตามกระแสน้ำ


1.3 ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากระดับน้ำในทางน้ำ ลำธาร หรือห้วยใกล้บ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลันผิดปกติ ต้องรีบเฝ้าระวัง ในทางกลับกัน หากน้ำลดลงอย่างรวดเร็วก็อาจเป็นอันตราย เพราะอาจมีเศษซากไปอุดกั้นทางน้ำด้านบน และพร้อมพัดทลายลงมาเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่


1.4 มีเศษซากธรรมชาติลอยมากับน้ำ

หากพบกิ่งไม้ ก้อนหิน ดินโคลน หรือต้นไม้ขนาดเล็กหักโค่นไหลปะปนมากับกระแสน้ำ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม


1.5 ได้ยินเสียงผิดปกติจากป่าหรือภูเขา

หากได้ยินเสียงดังกึกก้อง เสียงครืน ๆ คล้ายพายุ หรือเสียงหินและต้นไม้หักโค่นเลื่อนไถลมาจากทางต้นน้ำ รวมถึงพบสัตว์ป่าวิ่งแตกตื่นลงมาจากภูเขา ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที


1.6 พื้นดินหรือสิ่งปลูกสร้างเริ่มเคลื่อนตัว

สังเกตรอยแยกบนพื้นดิน รอยร้าวบนผนังบ้านที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว หรือต้นไม้ เสาไฟฟ้า และรั้วบ้านเริ่มเอนเอียงโดยไม่มีสาเหตุ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าพื้นดินกำลังเคลื่อนตัว

 

2. การปฏิบัติตัวเมื่อพบสัญญาณเตือน


2.1 เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Grab-and-Go Bag)

เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และพาวเวอร์แบงก์ไว้ในกระเป๋าที่สามารถหยิบออกจากบ้านได้ทันที


2.2 รีบตัดไฟทันที

หากประเมินว่าน้ำกำลังจะเข้าบ้าน ให้รีบสับคัตเอาต์หลักเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและอันตรายจากไฟฟ้าดูด โดยต้องทำเฉพาะเมื่อสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและยังไม่อยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงระบบไฟฟ้า


2.3 อพยพทันที

รีบหนีขึ้นที่สูงหรือไปยังจุดปลอดภัยที่ทางราชการกำหนดทันที อย่ารอช้าและอย่ามัวแต่เก็บทรัพย์สิน เพราะสถานการณ์น้ำป่าและดินถล่มสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


2.4 ห้ามลุยน้ำเชี่ยว

หลีกเลี่ยงการเดินหรือลุยน้ำที่ไหลเชี่ยว หากถูกกระแสน้ำพัด ไม่ควรว่ายน้ำฝืนกระแส ให้พยายามหาที่ยึดเกาะที่มั่นคงและรอความช่วยเหลือ


2.5 เบอร์โทรสายด่วนฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้

1784 สายด่วนนิรภัย ปภ. สำหรับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ
1669 เจ็บป่วยฉุกเฉินและกู้ชีพ


เมื่ออยู่ในพื้นที่ใกล้เชิงเขาในช่วงฝนตกหนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วจึงอพยพ หากพบสัญญาณผิดปกติหรือได้รับการแจ้งเตือนจากทางการ ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงและไปยังจุดปลอดภัยทันที

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Reuters