จับตาฝนหนัก 14 จังหวัด! เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ ระวังฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตาฝนหนัก 14 จังหวัด!  เหนือ อีสาน ตะวันออก ใต้ ระวังฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า วันนี้ (21 ส.ค.) ต้องจับตาฝนในประเทศไทยเพราะฝนยังกระจาย เตือนพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน

 

วันนี้ (21 ส.ค. 69) ประเทศไทยยังมีฝนตกกระจาย และมีฝนตกหนักบางจุดบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือด้านตะวันตก ได้แก่ ตาก และแม่ฮ่องสอน ภาคอีสานตอนบน รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุมอย่างภาคกลางด้านตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และอุทัยธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี และตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ ระนอง และพังงา

 

สรุปข่าว

เตือน 21 ส.ค. 69 ฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัด ตาก แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ หนองคาย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ควรเฝ้าระวังฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ขณะที่ริมโขงต้องจับตาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นคาดการณ์ 22–29 ส.ค. ฝนลดลงชั่วคราว ก่อน 30 ส.ค.–4 ก.ย. ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า วันนี้ (21 ส.ค.) ต้องจับตาฝนในประเทศไทยเพราะฝนยังกระจาย เตือนพื้นที่เสี่ยงฝนหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน

 

วันนี้ (21 ส.ค. 69) ประเทศไทยยังมีฝนตกกระจาย และมีฝนตกหนักบางจุดบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือด้านตะวันตก ได้แก่ ตาก และแม่ฮ่องสอน ภาคอีสานตอนบน รวมถึงพื้นที่ด้านรับมรสุมอย่างภาคกลางด้านตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และอุทัยธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี และตราด รวมถึงภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ ระนอง และพังงา

 

พื้นที่ดังกล่าวยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ขณะที่แนวริมแม่น้ำโขง ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

 

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันยังมีกำลังแรงขึ้น ขณะเดียวกันถือเป็นข่าวดีสำหรับพื้นที่ที่มีฝนน้อย เนื่องจากมีโอกาสได้รับฝนเพิ่มขึ้น จึงควรเร่งกักเก็บและสำรองน้ำไว้ใช้ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลางและตอนล่าง รวมถึงภาคใต้ตอนล่าง แม้จะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นฝนปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลาง ทำให้ยังมีความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

 

ในระยะนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ขณะที่ร่องมรสุมยังพาดผ่านบริเวณตอนบน และมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพอากาศของประเทศไทย


ช่วงวันที่ 22–29 ส.ค. 69 ฝนมีแนวโน้มลดลงชั่วคราว แต่ยังคงมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และพื้นที่ด้านรับมรสุมอย่างภาคใต้ฝั่งอันดามัน จึงยังต้องระวังฝนตกสะสม


จากนั้นช่วงวันที่ 30 ส.ค.–4 ก.ย. 69 ฝนมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบน เนื่องจากแนวร่องมรสุมจะเลื่อนต่ำลงมาพาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศไทยมากขึ้น


โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน 30 ส.ค.–2 ก.ย. 69 เมื่อร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนบน พื้นที่ที่ก่อนหน้านี้มีฝนน้อยมีแนวโน้มกลับมามีฝนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลที่มีการประมวลผลใหม่ จึงควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan