
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมีนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางรับมือผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมา จังหวัดน่านมีปริมาณฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมงสูงถึง 388 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 12,900 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย และสูญหายอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งค้นหา ขณะที่รัฐบาลได้บูรณาการทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว
รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดน่านยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง และ อ.เวียงสา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและน้ำล้นตลิ่ง
สำหรับมาตรการรับมือ ได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนทั้งในจังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำ โดยใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และแจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า
สรุปข่าว
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมีนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางรับมือผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมา จังหวัดน่านมีปริมาณฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมงสูงถึง 388 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 12,900 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย และสูญหายอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งค้นหา ขณะที่รัฐบาลได้บูรณาการทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว
รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดน่านยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง และ อ.เวียงสา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและน้ำล้นตลิ่ง
สำหรับมาตรการรับมือ ได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนทั้งในจังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำ โดยใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และแจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า
ขณะที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ให้ติดตามขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจากข้อมูลดาวเทียม พร้อมวิเคราะห์พื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ส่วน สทนช. กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ให้ร่วมติดตาม ประเมิน และคาดการณ์การเคลื่อนตัวของมวลน้ำเข้าสู่พื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะ อ.เมืองน่าน และพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและแจ้งเตือนประชาชน
ด้านกรมทรัพยากรธรณี ให้เฝ้าระวังและชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม พร้อมประสานเครือข่ายในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนประชาชน ขณะที่กระทรวงคมนาคมให้สำรวจเส้นทาง สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบ รวมทั้งเตรียมเครื่องจักรสำหรับเปิดเส้นทางหากเกิดดินโคลนถล่มหรือมีสิ่งกีดขวาง
ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้เตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าและกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมแผนสำรองเพื่อให้สามารถแก้ไขและฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์ให้จัดทำข้อมูลแจ้งเตือนสถานการณ์ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจง่าย โดยคำนึงถึงการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง
สำหรับจังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับมอบหมายให้เร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่มีน้ำท่วมขัง และเฝ้าระวัง อ.เวียงสา เป็นพิเศษ เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดน้ำล้นตลิ่งจากมวลน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย ระดับน้ำในแม่น้ำน่านบริเวณ อ.ท่าวังผา และ อ.เมืองน่าน เริ่มทรงตัวและทยอยลดลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่จะไหลลงมายังพื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะ อ.เวียงสา ซึ่งระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับสภาพอากาศในช่วงวันที่ 20-22 ส.ค. คาดว่าปริมาณฝนในจังหวัดน่านจะลดลง แต่จะกลับมามีฝนตกหนักอีกครั้งในวันที่ 23 ส.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน ได้แก่ อ.ปัว อ.สองแคว อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง คาดว่าจะมีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงประมาณ 50-70 มิลลิเมตร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันสภาพดินในพื้นที่มีความอิ่มน้ำสูง แม้ปริมาณฝนระลอกใหม่จะไม่มากนัก แต่ฝนที่ตกลงมาอาจกลายเป็นน้ำส่วนเกินและไหลหลากลงสู่ลำน้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด
.
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่านอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเสนอคณะทำงานจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน พิจารณาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ทางรอดน้ำท่วมน่าน ชงอัปเกรดระบบเตือนภัย-สร้างแก้มลิงรับมือน้ำป่าระยะยาว
- GISTDA เปิดแผนที่จำลองน้ำท่วมน่าน ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงวิกฤต
- ตั้ง War Room เร่งติดตามช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางน้ำท่วมน่าน
- รับมือฝนตกหนัก–น้ำป่าภาคเหนือ เฝ้าระวังเส้นทางเดินรถรถไฟ 24 ชั่วโมง
- มท.3 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ สำรวจน้ำท่วมน่านมุมสูง-ประเมินพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ที่มาข้อมูล : สทนช.
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
