เตือนภัย “เรนบอมบ์” ฝนตกหนักแช่ในช่วงสั้นๆ “น่าน” เจอ 415 มม. ใน 24 ชม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือนภัย “เรนบอมบ์” ฝนตกหนักแช่ในช่วงสั้นๆ “น่าน” เจอ 415 มม. ใน 24 ชม.

 ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเตือนจับตา “เรนบอมบ์” ฝนหนักแช่พื้นที่ หลังฝนถล่มน่านสูงสุด 415 มมใน 24 ชั่วโมง ส่งผลเกิดน้ำป่าไหลหลากและมวลน้ำไหลรวมสู่เมืองน่าน ขณะที่ สทนช.ประเมินฝนเริ่มเบาบางลง แต่ยังเสี่ยงน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ช่วง 20-25 ..นี้

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนสะสมในปริมาณมากและเกิดน้ำป่าไหลหลาก ก่อนมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนจะไหลมารวมกันในเขตอำเภอเมืองน่าน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่เดิม หรือ “เรนบอมบ์” อาจเกิดขึ้นซ้ำในหลายจังหวัดภาคเหนือ

นายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากทีมกรุ๊ป วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในจังหวัดน่านมีสาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากอินเดียและเวียดนาม ส่งผลให้มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่มีฝนตกหนักเป็นพิเศษ

ในช่วงที่ผ่านมา พบปริมาณฝนสูงสุดถึง 111 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่อำเภอปัวสูงถึง 415 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรงในหลายอำเภอ ก่อนมวลน้ำจะไหลมารวมกันในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน โดยประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำต่อเนื่องอีก 1-2 วัน

สรุปข่าว

สำหรับพื้นที่ที่ สทนช.คาดการณ์ว่ามีความเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงวันที่ 20-25 สิงหาคม 2569 ได้แก่ อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องติดตามอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลคาดการณ์ฝนและปริมาณน้ำ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมแผนช่วยเหลือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือสถานการณ์

 ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเตือนจับตา “เรนบอมบ์” ฝนหนักแช่พื้นที่ หลังฝนถล่มน่านสูงสุด 415 มมใน 24 ชั่วโมง ส่งผลเกิดน้ำป่าไหลหลากและมวลน้ำไหลรวมสู่เมืองน่าน ขณะที่ สทนช.ประเมินฝนเริ่มเบาบางลง แต่ยังเสี่ยงน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ช่วง 20-25 ..นี้

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนสะสมในปริมาณมากและเกิดน้ำป่าไหลหลาก ก่อนมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนจะไหลมารวมกันในเขตอำเภอเมืองน่าน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่เดิม หรือ “เรนบอมบ์” อาจเกิดขึ้นซ้ำในหลายจังหวัดภาคเหนือ

นายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากทีมกรุ๊ป วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในจังหวัดน่านมีสาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากอินเดียและเวียดนาม ส่งผลให้มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่มีฝนตกหนักเป็นพิเศษ

ในช่วงที่ผ่านมา พบปริมาณฝนสูงสุดถึง 111 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่อำเภอปัวสูงถึง 415 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรงในหลายอำเภอ ก่อนมวลน้ำจะไหลมารวมกันในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน โดยประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำต่อเนื่องอีก 1-2 วัน

นายชวลิตยังระบุว่า แม้ประเทศไทยอยู่ภายใต้สถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งโดยภาพรวมมีแนวโน้มทำให้ปริมาณฝนเฉลี่ยลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง แต่กลับพบปรากฏการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน หรือที่เรียกว่า “เรนบอมบ์” ซึ่งเป็นความผิดปกติของสภาพอากาศที่ต้องจับตา และมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และสุโขทัย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับระบบบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองให้สามารถรองรับฝนที่ตกหนักในช่วงเวลาสั้น  แต่มีปริมาณมากกว่าขีดความสามารถของระบบระบายน้ำเดิม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับ “เรนบอมบ์” (Rain Bomb) เป็นคำที่ใช้ในเชิงสื่อสารเพื่ออธิบายลักษณะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและรุนแรงในช่วงเวลาสั้น  และมักเกิดขึ้นในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด โดยไม่ใช่ศัพท์ทางอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ 

จุดเด่นของ “เรนบอมบ์” คือปริมาณฝนจำนวนมากสามารถตกลงมาในเวลาอันสั้น ทำให้พื้นที่รองรับน้ำไม่ทัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยแหล่งข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของไทยระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจมีปริมาณฝนสูงถึงราว 200-400 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม “เรนบอมบ์” ไม่ควรถูกใช้แทนคำว่า “ฝนตกหนัก” ทุกกรณี เนื่องจากฝนตกหนักสามารถเกิดจากหลายกลไกทางอุตุนิยมวิทยา ขณะที่เรนบอมบ์เป็นคำเรียกเชิงเปรียบเทียบสำหรับเหตุการณ์ฝนรุนแรงเฉพาะจุดและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่านว่า การคาดการณ์ปริมาณฝนสะสม 3 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดน่าน ยังคงอยู่ในเกณฑ์ฝนหนัก โดยอำเภอปัวคาดว่าจะมีฝนสะสม 150-230 มิลลิเมตร อำเภอสันติสุข 95-270 มิลลิเมตร อำเภอท่าวังผา 140-230 มิลลิเมตร อำเภอเมืองน่าน 130-250 มิลลิเมตร อำเภอภูเพียง 100-290 มิลลิเมตร อำเภอเวียงสา 120-220 มิลลิเมตร และอำเภอแม่จริม 95-120 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม สทนช.ประเมินว่าฝนจะตกกระจายตัว จึงคาดว่าจะไม่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมากจากปริมาณน้ำที่คาดการณ์ และไม่น่าจะส่งผลซ้ำเติมพื้นที่ที่กำลังประสบอุทกภัย ขณะเดียวกันแนวโน้มฝนจะเริ่มเบาบางลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา

สำหรับพื้นที่ที่ สทนช.คาดการณ์ว่ามีความเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงวันที่ 20-25 สิงหาคม 2569 ได้แก่ อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องติดตามอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลคาดการณ์ฝนและปริมาณน้ำ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมแผนช่วยเหลือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือสถานการณ์

ขณะที่แนวโน้มสภาพอากาศระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคม 2569 ร่องมรสุมจะขยับขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมาและ สปป.ลาวตอนบน ส่งผลให้ปริมาณฝนในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่อำเภอท่าวังผาและอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านเป็นพิเศษ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ที่มาข้อมูล : Thai News Pix

ที่มารูปภาพ : TNN