รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ในรายการ "ไปตามเกม" เรื่องอนาคตไทย กลายเป็นเตาอบอาเซียน สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อน อาจารย์เสรี เปิดเผยฉากทัศน์ที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังจู่โจมประเทศไทยของเรารอบด้าน โดยมีประเด็นที่ต้องจับตามองดังนี้
ไทยเตรียมครองแชมป์ "ร้อนที่สุดในอาเซียน"
นี่อาจเป็น "แชมป์" ที่เราไม่อยากได้ งานวิจัยจาก Scientific Reports เปิดเผยว่า นับแต่ 2573 เป็นต้นไป ประเทศไทยเรา รวมไปถึง เมียนมา กัมพูชา รับมือกับความร้อนรุนแรง เราจะเป็นหนึ่งในสามชาติที่ร้อนที่สุดในอาเซียน "อุณหภูมิเปาะเปียก" หรือ Wet-Bulb Temperature พุ่งสูงต่อเนื่อง จนร่างกายมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ อากาศที่ร้อนจัด เจอความชื้นสูง เหงื่อไม่สามารถระเหยได้ เป็นอันตรายต่อชีวิต เรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ขยายออกไปต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร หรือแรงงาน
ที่น่าสนใจคือ เราเป็นหนึ่งในชาติที่กลายเป็นเตาอบแห่งอาเซียน แต่ความเสียหายกลับมีมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เพราะปัจจัยทางภูมิศาสตร์ โครงสร้างเศรษฐกิจ เราต้องยอมรับว่าไทยมีความเปราะบางเชิงพื้นที่ เราพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจกลางแจ้ง แรงงานจำนวนมากยึดโยงกับภาคเกษตร แรงงานก่อสร้าง โรงงาน ซึ่งอากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบทำให้ประสิทธิภาพของแรงงาน และผลิตผลลดลง
สรุปข่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ในรายการ "ไปตามเกม" เรื่องอนาคตไทย กลายเป็นเตาอบอาเซียน สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อน อาจารย์เสรี เปิดเผยฉากทัศน์ที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังจู่โจมประเทศไทยของเรารอบด้าน โดยมีประเด็นที่ต้องจับตามองดังนี้
ไทยเตรียมครองแชมป์ "ร้อนที่สุดในอาเซียน"
นี่อาจเป็น "แชมป์" ที่เราไม่อยากได้ งานวิจัยจาก Scientific Reports เปิดเผยว่า นับแต่ 2573 เป็นต้นไป ประเทศไทยเรา รวมไปถึง เมียนมา กัมพูชา รับมือกับความร้อนรุนแรง เราจะเป็นหนึ่งในสามชาติที่ร้อนที่สุดในอาเซียน "อุณหภูมิเปาะเปียก" หรือ Wet-Bulb Temperature พุ่งสูงต่อเนื่อง จนร่างกายมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ อากาศที่ร้อนจัด เจอความชื้นสูง เหงื่อไม่สามารถระเหยได้ เป็นอันตรายต่อชีวิต เรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ขยายออกไปต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร หรือแรงงาน
ที่น่าสนใจคือ เราเป็นหนึ่งในชาติที่กลายเป็นเตาอบแห่งอาเซียน แต่ความเสียหายกลับมีมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เพราะปัจจัยทางภูมิศาสตร์ โครงสร้างเศรษฐกิจ เราต้องยอมรับว่าไทยมีความเปราะบางเชิงพื้นที่ เราพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจกลางแจ้ง แรงงานจำนวนมากยึดโยงกับภาคเกษตร แรงงานก่อสร้าง โรงงาน ซึ่งอากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบทำให้ประสิทธิภาพของแรงงาน และผลิตผลลดลง
เอลนีโญ-ข่าวดีในข่าวร้าย
หากติดตามข่าวสารจะเห็นว่าก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข้อมูลว่าไทยอาจต้องรับมือกับภาวะ "Super El Nino" หรือภาวะร้อนแล้งสุดยอด ซึ่งอาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อไทย ล่าสุด อาจารย์เสรี เปิดเผยว่าหลังจากการตรวจสอบ คำนวนจากแบบสำรวจ และรายงานทั่วโลก อาจารย์เชื่อว่าภาวะ "Super El Nino" จะไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย ฟังแล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เดี๋ยวก่อน!!...เพราะแม้ว่าเราจะไม่เจอกับภาวะดังกล่าว ไทยยังต้องเผชิญกับภาวะ "เอล นีโญ" ปกติ จะเริ่มปีนี้ ฝนตกลงมาน้อย ส่งผลต่อปริมาณกัดเก็บของน้ำ ปีนี้ไทยของเรายังเคราะห์ดี เพราะปีที่ผ่านมาหลายพื้นที่ทั่วไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง เรามี "แต้มบุญ" หรือมีปริมาณน้ำที่กักเก็บเพียงพอ แต่หากว่าเราบริหารจัดการไม่ดี ปีหน้าเราอาจเดือดร้อนเพราะจะมีน้ำไว้ใช้น้อย จากภาวะร้อน-แล้ง ในปีนี้ อาจารย์เสรีย้ำว่า "ปีหน้า ผมว่าเราน่าเป็นห่วง ภาวะเอล-นีโญ จะส่งผลชัดเจนในปีหน้า"
ความซ้ำซ้อนของอากาศ: เช้าร้อนจัด-บ่ายพายุถล่ม
อาจารย์เสรี อธิบายต่อไปว่า สิ่งที่น่าวิตกคือความซ้ำซ้อนของสภาพอากาศ "เช้าร้อนจัด-บ่ายฝนถ่ม" เป็นลักษณะของสภาพอากาศสุดขั้ว หรือ "Extreme Weather" โดยเฉพาะในช่วงมีนาคมถึงเมษายน ไทยมีโอกาสเจออากาศร้อนจัด ฝนตกจากพายุฤดูร้อน รวมไปถึงลูกเห็บที่อาจตกลงมาสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินประชาชน พื้นที่เสี่ยงยังคงเป็นภาคเหนือ อีสานและภาคกลาง
ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังไม่สามารถสบายใจเช่นกัน แม้ว่าจากภาพรวมเราเองจะเห็นว่า Hotspot หรือจุดความร้อนมีจำนวนที่ลดลงหากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อาจเป็นผลมาจากมาตรการที่จริงจังจากภาครัฐ "จับ-ปรับ" จริง อย่างไรก็ตามภาวะ "โลกร้อน" ยังเป็นผู้เล่นสำคัญ ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นพิษ กระทบต่อสุขภาพประชาชน

จากการได้พูดคุยกับอาจารย์เสรี ผู้รู้สึกว่าปัญหาสภาพอากาศเป็นเรื่องใหญ่ เราต้องเอาจริงในการแก้ไขปัญหา แน่นอนว่าภาคเอกชน หรือประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ลำพัง ภาครัฐต้องมีส่วนร่วมสำคัญ ออกนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่รอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจแบบรอบด้าน นำไปสู่การสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อสภาพอากาศ หรือ Climate Resilience
