บั้นปลายชีวิตของ “เสือปิ่น” เสือโคร่งชราแห่งป่าคลองลาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
บั้นปลายชีวิตของ “เสือปิ่น” เสือโคร่งชราแห่งป่าคลองลาน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่ภาพและเรื่องราวการเดินทางช่วงบั้นปลายชีวิตของ “เสือปิ่น” โดยระบุว่า

 

หากพูดถึง "เสือโคร่ง" เราคงนึกถึงความแข็งแกร่ง สง่างาม และน่าเกรงขาม แต่วันนี้... เราอยากชวนทุกคนมาสัมผัสเรื่องราวอีกมุมหนึ่งของผืนป่า ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและสัจธรรมของชีวิต กับการเดินทางในช่วงบั้นปลายของแม่เสือโคร่งที่ชื่อว่า "ปิ่น" รหัส HKT236F

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2560 ภาพของปิ่นปรากฏขึ้นครั้งแรกผ่านกล้องดักถ่ายในผืนป่าตะวันตก ในเดือนธันวาคมปีนั้น เสือปิ่นได้รับการติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียม ทำให้เราได้เห็นเส้นทางชีวิตของแม่เสือสาวผู้โชกโชน ปิ่นเดินทางท่องไปในผืนป่ากว้างใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน เธอเติบโต เรียนรู้ หาคู่ และเลี้ยงดูลูกน้อยจนเติบใหญ่ผ่านฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่า

 

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป... สังขารย่อมร่วงโรย วันนี้ "ปิ่น" ก้าวเข้าสู่วัย 13 ปี ซึ่งสำหรับเสือโคร่งในธรรมชาติ นี่คือการก้าวเข้าสู่ "วัยชรา" อย่างแท้จริง ร่างกายที่เคยกำยำปราดเปรียว เริ่มไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนวันวาน การใช้ชีวิตจึงเปลี่ยนไป ไม่ต้องล่าเหยื่อมื้อใหญ่เพื่อเผื่อแผ่ลูกๆ อีกต่อไป สิ่งที่เสือชราตัวหนึ่งต้องการ มีเพียงการเดินทอดน่องไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยในสมัยสาวๆ และหาอาหารมื้อเล็กๆ แค่พอประทังชีวิตให้อิ่มท้อง

 

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักพบเห็นปิ่นเดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งแรกที่ ต.ปางไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ต้องช่วยพากลับเข้าป่า และครั้งที่ 2 ที่ อ.แม่เปิน และ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องพาปิ่นไปพักฟื้น ดูแลสุขภาพในกรงที่จำลองสภาพธรรมชาติยาวนานถึง 3 เดือน จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ปิ่นถึงได้กลับคืนสู่บ้านห้วยขาแข้งอีกครั้ง โดยปล่อยให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยล่าสุดปิ่นยังคงเดินตามความทรงจำเดิมๆ มาปรากฏตัวอยู่บริเวณชายขอบป่า ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร


สรุปข่าว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่เรื่องราวการเดินทางช่วงบั้นปลายชีวิตของ “เสือปิ่น” แม่เสือชราวัย 13 ปี ที่เคยเดินทางท่องผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน ซึ่งปัจจุบันมักพบเห็นเสือปิ่นเดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพากลับเข้าป่า และเฝ้าระมัดระวังความปลอดภัย รวมถึงพิจารณาหาแนวทางที่ดีที่สุดในการอยู่อาศัยร่วมกันทั้งคนและเสือ โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย รวมถึงเสือปิ่นได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่ภาพและเรื่องราวการเดินทางช่วงบั้นปลายชีวิตของ “เสือปิ่น” โดยระบุว่า

 

หากพูดถึง "เสือโคร่ง" เราคงนึกถึงความแข็งแกร่ง สง่างาม และน่าเกรงขาม แต่วันนี้... เราอยากชวนทุกคนมาสัมผัสเรื่องราวอีกมุมหนึ่งของผืนป่า ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและสัจธรรมของชีวิต กับการเดินทางในช่วงบั้นปลายของแม่เสือโคร่งที่ชื่อว่า "ปิ่น" รหัส HKT236F

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2560 ภาพของปิ่นปรากฏขึ้นครั้งแรกผ่านกล้องดักถ่ายในผืนป่าตะวันตก ในเดือนธันวาคมปีนั้น เสือปิ่นได้รับการติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียม ทำให้เราได้เห็นเส้นทางชีวิตของแม่เสือสาวผู้โชกโชน ปิ่นเดินทางท่องไปในผืนป่ากว้างใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน เธอเติบโต เรียนรู้ หาคู่ และเลี้ยงดูลูกน้อยจนเติบใหญ่ผ่านฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่า

 

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป... สังขารย่อมร่วงโรย วันนี้ "ปิ่น" ก้าวเข้าสู่วัย 13 ปี ซึ่งสำหรับเสือโคร่งในธรรมชาติ นี่คือการก้าวเข้าสู่ "วัยชรา" อย่างแท้จริง ร่างกายที่เคยกำยำปราดเปรียว เริ่มไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนวันวาน การใช้ชีวิตจึงเปลี่ยนไป ไม่ต้องล่าเหยื่อมื้อใหญ่เพื่อเผื่อแผ่ลูกๆ อีกต่อไป สิ่งที่เสือชราตัวหนึ่งต้องการ มีเพียงการเดินทอดน่องไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยในสมัยสาวๆ และหาอาหารมื้อเล็กๆ แค่พอประทังชีวิตให้อิ่มท้อง

 

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักพบเห็นปิ่นเดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งแรกที่ ต.ปางไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ต้องช่วยพากลับเข้าป่า และครั้งที่ 2 ที่ อ.แม่เปิน และ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องพาปิ่นไปพักฟื้น ดูแลสุขภาพในกรงที่จำลองสภาพธรรมชาติยาวนานถึง 3 เดือน จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ปิ่นถึงได้กลับคืนสู่บ้านห้วยขาแข้งอีกครั้ง โดยปล่อยให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยล่าสุดปิ่นยังคงเดินตามความทรงจำเดิมๆ มาปรากฏตัวอยู่บริเวณชายขอบป่า ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร


ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังทำงานกันอย่างหนัก ทั้งติดตามสัญญาณดาวเทียม บินโดรนตรวจจับความร้อน และเดินลาดตระเวน เพื่อแจ้งเตือนชุมชนให้ระมัดระวัง เป็นการดูแลความปลอดภัยให้กับทั้ง "คน" และ "เสือปิ่น" ไปพร้อมๆ กัน หากเรามองผ่านสายตาที่เข้าใจ การที่เสือปิ่นออกมาเดินป้วนเปี้ยนชายป่า ไม่ใช่เพราะความดุร้าย หรือเตรียมจะทำร้ายใคร แต่อาจเป็นเพียง "การปรับตัวของเสือวัยชรา" ที่เรี่ยวแรงถดถอย สิ่งที่เธอตามหาอาจเป็นเพียงที่หลับนอนเงียบๆ หลบสายตาผู้คน และมีอาหารเล็กๆ น้อยๆ ให้พอมีชีวิตรอดในบั้นปลาย

 

เรื่องราวของปิ่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ "เสือหลงป่า" แต่เป็นบททดสอบถึงความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับสัจธรรมของสัตว์ป่าชราตัวหนึ่ง ที่เลือกเดินทางมาไกลจนถึงปลายทางของชีวิต

 

หลังจากเรื่องราวของ “เสือปิ่น” เผยแพร่ออกไป สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ ได้รับข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนในการติดตามและดูและเสือปิ่นในวัยชรา โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้รวบรวมความคิดเห็นและข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของเสือปิ่น และกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาครั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือก 2 แนวทางด้วยกัน


1. กำหนดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทั้งคนและเสือปิ่น

กำหนดขอบเขตพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัยของเสือปิ่นโดยอ้างอิงจากตำแหน่งการเคลื่อนที่ในรอบวันของเสือปิ่น โดยมีทีมนักวิจัยเสือโคร่ง เฝ้าระวังและใช้อุปกรณ์การวิจัยติดตามอย่างใกล้ชิด มุ่งหมายให้เสือปิ่นยังสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตามธรรมชาติ ที่มีแหล่งอาหาร และลดโอกาสที่จะเข้ามารบกวนหรือสร้างความเสี่ยงให้กับชุมชน อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบและความยินยอมจากประชาชนในพื้นที่ติดแนวเขตเป็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเสือปิ่นอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน 

 

2. จับและนำเสือปิ่นออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน

โดยพิจารณาเลือกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เหมาะสมที่จะไม่เกิดการออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซ้ำอีก หากยังไม่ได้พื้นที่ที่เหมาะสมจะนำเสือปิ่นกลับสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในกรงเลี้ยงที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับที่เสือปิ่นเคยอาศัยอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

 

ซึ่งทางเลือกจาก 2 แนวทางนี้ ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลจากการติดตามสถานการณ์จริงในพื้นที่ปัญหา ร่วมกับผลการศึกษาของนักวิจัยเสือโคร่ง จึงพิจารณาหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับทั้งคนและสัตว์ป่า

 

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามและเฝ้าระวังเสือปิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนในทุกคืนที่ผ่านมา จากปลอกคอสัญญาณดาวเทียม ร่วมกับโดรนตรวจจับความร้อน และมีการผลักดันให้เปลี่ยนเส้นทางเมื่อพบว่าเสือปิ่นมุ่งหน้าเข้าหาปศุสัตว์ รวมถึงเมื่อพบว่ากำลังเคลื่อนที่เพื่อค้นหาแหล่งอาหารใหม่นอกแนวชุมชนเดิม จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลยต่อความปลอดภัยของประชาชน และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับชีวิตของเสือปิ่น โดยมีเป้าหมายคือ ชุมชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย รวมถึงเสือปิ่นได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

 

ในนามกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายอำเภอคลองลาน นายอำเภอแม่เปิน นายอำเภอแม่วงก์ หน่วยงานทุกภาคส่วน ประชาชนทุกท่าน ตลอดจนสื่อมวลชน สำหรับความช่วยเหลือ ความเข้าใจ และการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด รวมถึงทุกท่านที่มองเห็นคุณค่าของทุกชีวิต และร่วมกันหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับ คน ชุมชน และสัตว์ป่า