สิงหาคมถือเป็นอีกหนึ่งเดือนที่ประเทศไทยต้องจับตาสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนอย่างใกล้ชิด นอกจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกชุกแล้ว การเคลื่อนตัวของพายุหมุนเขตร้อนยังเป็นอีกแรงเสริมสำคัญที่เพิ่มปริมาณฝนให้กับประเทศ โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดพายุและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากที่สุด
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ตลอดระยะเวลา 75 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2494-2568 มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนสิงหาคมรวม 24 ลูก แบ่งเป็นพายุดีเปรสชัน 21 ลูก และพายุโซนร้อน 3 ลูก สะท้อนให้เห็นว่าเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีโอกาสได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนค่อนข้างสูง โดยพายุส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน มากกว่าช่วงต้นเดือน
สรุปข่าว
สิงหาคมถือเป็นอีกหนึ่งเดือนที่ประเทศไทยต้องจับตาสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนอย่างใกล้ชิด นอกจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกชุกแล้ว การเคลื่อนตัวของพายุหมุนเขตร้อนยังเป็นอีกแรงเสริมสำคัญที่เพิ่มปริมาณฝนให้กับประเทศ โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดพายุและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากที่สุด
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ตลอดระยะเวลา 75 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2494-2568 มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนสิงหาคมรวม 24 ลูก แบ่งเป็นพายุดีเปรสชัน 21 ลูก และพายุโซนร้อน 3 ลูก สะท้อนให้เห็นว่าเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีโอกาสได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนค่อนข้างสูง โดยพายุส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน มากกว่าช่วงต้นเดือน
สำหรับเส้นทางของพายุที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย พบว่ารูปแบบที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคือ พายุก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ผ่าน สปป.ลาว และอ่อนกำลังเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ก่อนเคลื่อนต่อไปยังภาคเหนือ ขณะที่อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งพบได้น้อยกว่า คือ พายุก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก เคลื่อนผ่านตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ แล้วจึงเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือของไทย
จากสถิติดังกล่าว ทำให้พื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือ ซึ่งอาจเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แม้พายุหมุนเขตร้อนจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปริมาณฝนที่พัดพามาพร้อมกับพายุก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศ ช่วยสนับสนุนภาคการเกษตร และบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ที่ยังมีปริมาณน้ำน้อย จึงนับเป็นทั้งความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังและแหล่งน้ำสำคัญที่ประเทศไทยต้องบริหารจัดการอย่างเหมาะสมในช่วงฤดูฝน
- เช็กสภาพอากาศ 5–11 ส.ค. ฝนถล่มพื้นที่ไหนบ้าง ภาคไหนเสี่ยงหนักสุด?
- พายุลูกที่ 14 โซนร้อน “คูจิระ” สลายตัวไปแล้วแต่ฟื้นคืนชีพ คาดขึ้นฝั่ง “ฟิลิปปินส์” วันนี้!
- พายุไม่เข้าไทย แต่ฝนหนักยังถล่มหลายภาค
- พยากรณ์อากาศวันนี้้ 5 ส.ค. 69 เตือน 6–11 ส.ค. ฝนหนักทั่วไทย โดยเฉพาะเหนือ อีสาน ตะวันออก
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 5 ส.ค.69 ร่องมรสุมพาดผ่านไทย ฝนเพิ่มหลายพื้นที่
