ศูนย์วิจัย Tropical Storm Risk (TSR) ประเมินว่า ฤดูพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก และอาจกลายเป็นหนึ่งในฤดูพายุที่มีจำนวนพายุก่อตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงและสภาพบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อน
รายงานพยากรณ์ของ TSR ซึ่งครอบคลุมช่วงฤดูพายุระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า ปีนี้มีแนวโน้มที่จำนวนพายุจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2534-2563 ราว 40% โดยคาดว่าจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนทั้งหมด 28 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25.5 ลูก ในจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น 19 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 16 ลูก และมีโอกาสทวีกำลังเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงถึง 12 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 9.3 ลูก สะท้อนว่าฤดูกาลพายุปีนี้อาจมีทั้งจำนวนและความรุนแรงสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปข่าว
ศูนย์วิจัย Tropical Storm Risk (TSR) ประเมินว่า ฤดูพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก และอาจกลายเป็นหนึ่งในฤดูพายุที่มีจำนวนพายุก่อตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงและสภาพบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อน
รายงานพยากรณ์ของ TSR ซึ่งครอบคลุมช่วงฤดูพายุระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า ปีนี้มีแนวโน้มที่จำนวนพายุจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2534-2563 ราว 40% โดยคาดว่าจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนทั้งหมด 28 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25.5 ลูก ในจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น 19 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 16 ลูก และมีโอกาสทวีกำลังเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงถึง 12 ลูก สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 9.3 ลูก สะท้อนว่าฤดูกาลพายุปีนี้อาจมีทั้งจำนวนและความรุนแรงสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิจัยของ TSR ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเกิดพายุจำนวนมากคือการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะมีกำลังแรงและดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของซีกโลกเหนือ ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้น และเพิ่มสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการก่อตัวและการทวีกำลังของพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือ ความผิดปกติของกระแสลมค้าตะวันออก (Trade Winds) ในเดือนมิถุนายน ซึ่งอ่อนกำลังลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2508 สะท้อนว่าระบบบรรยากาศกำลังตอบสนองต่อการอุ่นขึ้นของมหาสมุทรแปซิฟิกจากอิทธิพลของเอลนีโญอย่างชัดเจน ส่งผลให้สภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อนมากกว่าปกติ
ขณะเดียวกัน พายุในช่วงต้นฤดูกาลก็อยู่ในระดับสูง โดยค่า ACE (Accumulated Cyclone Energy) หรือดัชนีพลังงานสะสมของพายุหมุนเขตร้อน จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม อยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ปี 2508 เป็นรองเพียงปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนีโญกำลังแรงและมีฤดูพายุที่รุนแรงที่สุดปีหนึ่งในประวัติศาสตร์
TSR ระบุว่า จากปัจจัยด้านมหาสมุทรและบรรยากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้มีความเชื่อมั่นค่อนข้างสูงว่า ฤดูพายุไต้ฝุ่นปี 2569 จะมีความรุนแรงสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน และอาจเป็นอีกหนึ่งปีที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาล
- เกาหลีใต้ร้อนทะลุปรอท อุณหภูมิทุบสถิติ 41.4 °C สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติเกาหลี
- จับตาพายุ “ดอลฟิน” มีแนวโน้มแรงขึ้นอีก จ่อเคลื่อนใกล้โอกินาวาก่อนขึ้นฝั่งที่จีน
- ไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" ยังไม่แผ่ว มุ่งหน้าประชิดเกาะของ “ญี่ปุ่น” ก่อนจะเบนไปทาง “จีน” ต่อ
- ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” แรงไม่หยุด ส่วนเส้นทางผันผวน นักอุตุฯจับตาใกล้ชิดจะไปทางไหน?
- รศ.ดร.เสรี เตือนปีหน้าเสี่ยงแล้งหนัก พายุเข้าไทยไม่เกิน 1-2 ลูก
TNNThailand