รัฐสั่งเร่งเครื่องรับมือฝนหนัก ภาคเหนือยังเสี่ยงน้ำท่วม กว่า 11,000 หมู่บ้าน!

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัฐสั่งเร่งเครื่องรับมือฝนหนัก ภาคเหนือยังเสี่ยงน้ำท่วม กว่า 11,000 หมู่บ้าน!

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค


ที่ประชุมยังรับฟังแผนการเตรียมความพร้อมจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน


รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งพิจารณาโครงการและงบประมาณที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบเตือนภัย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาคอขวดที่อาจทำให้การแจ้งเตือนประชาชนล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้การอพยพและการรับมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


สรุปข่าว

รัฐบาลยกระดับการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ หลังข้อมูลชี้ยังมีหมู่บ้านเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากกว่า 11,000 แห่ง โดยสั่งทุกหน่วยงานเร่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบเตือนภัย แก้ปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า พร้อมจัดลำดับโครงการเร่งด่วนเพื่อของบประมาณเพิ่มเติม และเตรียมแผนรับมือฝนตกหนัก รวมถึงปรากฏการณ์ “Rain Bomb” ที่อาจก่อให้เกิดน้ำหลากฉับพลันในช่วงฤดูฝน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค


ที่ประชุมยังรับฟังแผนการเตรียมความพร้อมจากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน


รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งพิจารณาโครงการและงบประมาณที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบเตือนภัย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาคอขวดที่อาจทำให้การแจ้งเตือนประชาชนล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้การอพยพและการรับมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


ในการประชุม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้นำเสนอรายการโครงการเร่งด่วนที่จำเป็นต่อการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ แต่ยังขาดแคลนงบประมาณ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ ก่อนเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากส่วนกลาง เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการได้ทันก่อนสถานการณ์ฝนตกหนัก


ด้านนายดุสิต พงศาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ระหว่างปี 2560-2568 พบว่ามีหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงรวมมากกว่า 11,000 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเสี่ยงสูงมากประมาณ 2,400 หมู่บ้าน ซึ่งจะถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายในการเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย


ส่วนพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลาง ยังคงมีการเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสการเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต


สำหรับการเตรียมความพร้อม กรม ปภ. ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติไปยังทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเน้น 2 มาตรการหลัก ได้แก่ การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการทบทวนแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมตรวจสอบความมั่นคงของแหล่งกักเก็บน้ำ และประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ


นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการและศูนย์อำนวยการในทุกระดับ เพื่อใช้เป็นกลไกในการติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และสั่งการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกรณีเกิดฝนตกหนักหรือปรากฏการณ์ Rain Bomb หรือฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำหลากฉับพลันและจำเป็นต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง


กรม ปภ. ระบุว่า หากเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือดินโคลนถล่ม จะบูรณาการการทำงานผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์คลี่คลาย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Reuters