เตือน 7–14 ส.ค. อย่าชะล่าใจ! “พายุดอลฟิน” ทำฝนเพิ่ม เตือนเอลนีโญแรง ปีหน้าหนักกว่าเดิม

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือน 7–14 ส.ค. อย่าชะล่าใจ! “พายุดอลฟิน” ทำฝนเพิ่ม เตือนเอลนีโญแรง ปีหน้าหนักกว่าเดิม

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับ การเฝ้าระวังผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นดอลฟิน 7–14 สิงหาคม และต้องจับตาซูเปอร์เอลนีโญปลายปี 2569 อาจส่งผลต่อสภาพอากาศปี 2570

 

โดยระบุว่า เข้าสู่เดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากฤดูฝน โดยภาพรวมคาดว่าปริมาณฝนจะอยู่ในเกณฑ์ ปกติถึงมากกว่าปกติ ในพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีแนวโน้มฝนอยู่ในเกณฑ์ ปกติถึงน้อยกว่าปกติ


สรุปข่าว

“ดร.เสรี” เตือนช่วงวันที่ 7–14 ส.ค. จับตาผลกระทบจาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นดอลฟิน แม้ไม่ขึ้นฝั่งไทย แต่มีแนวโน้มทำให้ฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันตก อีสานตอนบน และภาคตะวันออก เตือนผู้ที่เดินทางไป เซี่ยงไฮ้และชายฝั่งตะวันออกของจีน ช่วง 8–10 ส.ค. ควรติดตามเส้นทางพายุและประกาศสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน “เอลนีโญ” มีแนวโน้มทวีกำลังสู่ระดับรุนแรงในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งอาจทำให้ปี 2570 เผชิญทั้งอากาศร้อนแล้งจัดในครึ่งปีแรก และความเสี่ยงฝนหนักในครึ่งปีหลัง

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับ การเฝ้าระวังผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นดอลฟิน 7–14 สิงหาคม และต้องจับตาซูเปอร์เอลนีโญปลายปี 2569 อาจส่งผลต่อสภาพอากาศปี 2570

 

โดยระบุว่า เข้าสู่เดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากฤดูฝน โดยภาพรวมคาดว่าปริมาณฝนจะอยู่ในเกณฑ์ ปกติถึงมากกว่าปกติ ในพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีแนวโน้มฝนอยู่ในเกณฑ์ ปกติถึงน้อยกว่าปกติ


อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นเดือนสิงหาคมมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นดอลฟิน ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่บริเวณตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ก่อนถูกอิทธิพลของความกดอากาศสูงทั้งจากมหาสมุทรและแผ่นดินผลักให้เปลี่ยนเส้นทาง โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในวันที่ 8 สิงหาคม


แม้ว่าพายุลูกนี้จะ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุอาจส่งผลให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 7–14 สิงหาคม ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ที่มีแผนเดินทางไป เซี่ยงไฮ้และพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีน ในช่วงเวลาดังกล่าว ควรตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่ระดับ ซูเปอร์เอลนีโญ ในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 หากเป็นไปตามการคาดการณ์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570 คือ ช่วงครึ่งปีแรกอาจเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งรุนแรงที่สุดช่วงหนึ่ง ขณะที่ ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อฝนตกหนักในหลายพื้นที่

 

ด้วยเหตุนี้ การเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศสุดขั้วทั้ง "โหมดร้อนแล้ง" และ "โหมดฝนหนัก-น้ำท่วม" จึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในภาคเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การเดินทาง และการวางแผนใช้ชีวิตในปีหน้า เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ