
ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังรุนแรงขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด ระดับน้ำใน เขื่อนอังกัต (Angat Dam) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ ลดลงต่ำกว่าระดับวิกฤต ส่งผลกระทบต่อทั้งวิถีชีวิตของชุมชนพื้นเมือง อาชีพประมง รวมถึงสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านน้ำของกรุงมะนิลา เมืองหลวงที่มีประชากรหลายล้านคน
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเขื่อนอังกัตเปิดเผยว่า ระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องกำลังทำให้การดำรงชีวิตยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะชุมชนพื้นเมือง ดูมากัต (Dumagat) ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรจากอ่างเก็บน้ำเป็นหลัก
สรุปข่าว
ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังรุนแรงขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด ระดับน้ำใน เขื่อนอังกัต (Angat Dam) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ ลดลงต่ำกว่าระดับวิกฤต ส่งผลกระทบต่อทั้งวิถีชีวิตของชุมชนพื้นเมือง อาชีพประมง รวมถึงสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านน้ำของกรุงมะนิลา เมืองหลวงที่มีประชากรหลายล้านคน
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเขื่อนอังกัตเปิดเผยว่า ระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องกำลังทำให้การดำรงชีวิตยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะชุมชนพื้นเมือง ดูมากัต (Dumagat) ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรจากอ่างเก็บน้ำเป็นหลัก
โจโจ ซานโตส ชาวประมงในพื้นที่ เล่าว่า แม้ระดับน้ำในเขื่อนจะลดลงเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าที่เคย เขาอธิบายว่า โดยปกติช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ระดับน้ำควรเริ่มเพิ่มขึ้นจากฝนตามฤดูกาล ทำให้น้ำใสและจับปลาได้ง่ายขึ้น แต่ในปีนี้ระดับน้ำยังคงต่ำมาก จนผิวน้ำอยู่ใกล้ก้นอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้น้ำขุ่นและทำให้การหาปลายากกว่าเดิม
ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า ระดับน้ำในเขื่อนอังกัตเมื่อวันพุธอยู่ที่ประมาณ 155 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่ำกว่าระดับวิกฤตที่กำหนดไว้ 160 เมตร และต่ำกว่าระดับการใช้งานตามปกติอย่างมีนัยสำคัญ
PAGASA ยังระบุว่า ปัจจุบันปรากฏการณ์ เอลนีโญ ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนยังคงอยู่ในระดับอ่อนถึงปานกลาง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังเป็น เอลนีโญรุนแรงมาก (Very Strong El Niño) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 โดยเอลนีโญจะเพิ่มโอกาสเกิดฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้หลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์เสี่ยงเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ซึ่งจะกระทบทั้งภาคเกษตร การประมง และการจัดการทรัพยากรน้ำ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐยังคงติดตามระดับน้ำในเขื่อนอังกัตอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขื่อนแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ โดยเป็นแหล่งน้ำประปาที่รองรับ มากกว่า 90% ของความต้องการใช้น้ำในเขตมหานครมะนิลา อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อการชลประทานและผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ
ระดับน้ำในเขื่อนอังกัตของฟิลิปปินส์ลดลงต่ำกว่าระดับวิกฤตจากผลกระทบของเอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อชุมชนพื้นเมืองและชาวประมงที่พึ่งพาอ่างเก็บน้ำเป็นแหล่งทำกิน ขณะที่ทางการเตือนว่าเอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งและความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ โดยเฉพาะกรุงมะนิลาที่พึ่งพาเขื่อนแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำหลัก
- อังกฤษชี้ "อากาศร้อนจัด" กลายเป็น “เรื่องปกติใหม่” แล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอีกต่อไป!
- เตือนฝน 180 มม. ในไม่กี่วัน! เช็กเลยประเทศไหน? เจอภัยใหญ่จาก “ซูเปอร์เอลนีโญ”
- เอลนีโญรุนแรงกำลังมา! “ฟิลิปปินส์” เสี่ยง เจอทั้งแล้ง-ทั้งน้ำท่วม
- วิกฤตไฟป่าลามปารีสวันที่ 4 หวั่นเผาวัง "ฟงแตนโบล" พระราชวังสำคัญในประวัติศาสตร์
- รู้จัก "คลื่นความร้อน" ปรากฏการณ์อากาศสุดขั้วที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
