“อินเดีย” อากาศพลิกสุดขั้ว เดือนมิ.ย. เพิ่งแล้งหนัก ก่อนมรสุมทำน้ำท่วมต้นก.ค.

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อินเดีย” อากาศพลิกสุดขั้ว เดือนมิ.ย. เพิ่งแล้งหนัก ก่อนมรสุมทำน้ำท่วมต้นก.ค.

หลายพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอินเดียเผชิญฝนมรสุมตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและการจราจรติดขัดในหลายเมือง สะท้อนความผันผวนของสภาพอากาศที่กำลังสร้างความท้าทายให้กับประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจและภาคเกษตรยังคงพึ่งพาฝนมรสุมเป็นอย่างมาก

ฝนมรสุมที่ตกหนักเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ทำให้หลายพื้นที่ของอินเดียเกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย และการสัญจรบนถนนหลายสายเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ก่อนหน้านี้ประเทศเพิ่งเผชิญเดือนมิถุนายนที่แห้งแล้งผิดปกติ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียระบุว่า เดือนมิถุนายนปีนี้มีปริมาณฝนต่ำที่สุดเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติเมื่อปี 1901

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจของอินเดีย เนื่องจากฝนมรสุมเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่คิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของปริมาณฝนทั้งปี ช่วยเติมน้ำให้เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ

สรุปข่าว

ฝนจากมรสุมที่ตกหนักในหลายพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอินเดีย ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนและการจราจรได้รับผลกระทบ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังอินเดียเพิ่งเผชิญเดือนมิถุนายนที่แห้งแล้งที่สุดเป็นอันดับ 5 ในรอบกว่า 120 ปี สร้างความกังวลต่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจ แม้ฝนจะกลับมาตกหนัก แต่กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียยังคาดว่า ปริมาณฝนมรสุมในเดือนกรกฎาคมจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ทำให้หลายพื้นที่ยังเสี่ยงเผชิญความแปรปรวนของสภาพอากาศ

หลายพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอินเดียเผชิญฝนมรสุมตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและการจราจรติดขัดในหลายเมือง สะท้อนความผันผวนของสภาพอากาศที่กำลังสร้างความท้าทายให้กับประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจและภาคเกษตรยังคงพึ่งพาฝนมรสุมเป็นอย่างมาก

ฝนมรสุมที่ตกหนักเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ทำให้หลายพื้นที่ของอินเดียเกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย และการสัญจรบนถนนหลายสายเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ก่อนหน้านี้ประเทศเพิ่งเผชิญเดือนมิถุนายนที่แห้งแล้งผิดปกติ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียระบุว่า เดือนมิถุนายนปีนี้มีปริมาณฝนต่ำที่สุดเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติเมื่อปี 1901

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจของอินเดีย เนื่องจากฝนมรสุมเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่คิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของปริมาณฝนทั้งปี ช่วยเติมน้ำให้เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ

ความสำคัญของฝนมรสุมยิ่งเด่นชัด เพราะพื้นที่เพาะปลูกเกือบครึ่งหนึ่งของอินเดียยังไม่มีระบบชลประทานรองรับ ทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ประชากรราวครึ่งประเทศยังมีอาชีพเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรโดยตรง ส่งผลให้ความแปรปรวนของฝนสามารถกระทบทั้งผลผลิต รายได้ของเกษตรกร และการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียยังคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนมรสุมในเดือนกรกฎาคมจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยคาดว่าจะอยู่ต่ำกว่าร้อยละ 94 ของค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจทำให้การกระจายตัวของฝนไม่สม่ำเสมอ และเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งภาวะฝนทิ้งช่วงและฝนตกหนักในบางพื้นที่

สถานการณ์ในอินเดียสะท้อนให้เห็นว่า แม้ปริมาณฝนโดยรวมอาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่เมื่อฝนตกก็อาจตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ จนก่อให้เกิดน้ำท่วมและความเสียหายได้ ขณะเดียวกัน หากฝนกระจายตัวไม่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีแนวโน้มแปรปรวนมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters