“เอลนีโญ” เร่งตัว ใกล้แตะระดับรุนแรง เสี่ยงดันอุณหภูมิโลกทุบสถิติอีกครั้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอลนีโญ” เร่งตัว ใกล้แตะระดับรุนแรง เสี่ยงดันอุณหภูมิโลกทุบสถิติอีกครั้ง

อัลวาโร ซิลวา นักวิทยาศาสตร์จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า แบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักทั่วโลกให้ผลสอดคล้องกันอย่างชัดเจนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรมีแนวโน้มสูงที่จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 

 

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกคาดการณ์ว่า อาจอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่ข้อมูลล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเอลนีโญรุนแรง และหากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับระดับการคาดการณ์ขึ้นไปถึง "เอลนีโญระดับรุนแรงมาก" ในช่วงปลายปี 


สรุปข่าว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกออกคำเตือนล่าสุด ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มที่จะพัฒนาแตะระดับรุนแรงภายในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง

อัลวาโร ซิลวา นักวิทยาศาสตร์จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า แบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักทั่วโลกให้ผลสอดคล้องกันอย่างชัดเจนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรมีแนวโน้มสูงที่จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 

 

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกคาดการณ์ว่า อาจอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่ข้อมูลล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเอลนีโญรุนแรง และหากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับระดับการคาดการณ์ขึ้นไปถึง "เอลนีโญระดับรุนแรงมาก" ในช่วงปลายปี 


แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักร แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอลนีโญในปัจจุบันกำลังเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้ความเสี่ยงของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ยิ่งเอลนีโญมีกำลังแรงมากเท่าใด โอกาสที่จะเกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก หรือความแปรปรวนของสภาพอากาศในหลายภูมิภาคของโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

 

แบบจำลองพยากรณ์ตามฤดูกาลยังบ่งชี้ถึงรูปแบบสภาพอากาศที่สอดคล้องกับเอลนีโญอย่างชัดเจน เช่น ภาวะแห้งแล้งกว่าปกติในบางพื้นที่ของอเมริกากลาง แคริบเบียน อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ รวมถึงปริมาณฝนที่ลดลงในบางพื้นที่ของเอเชียใต้ในช่วงฤดูมรสุม ตลอดจนบางส่วนของอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น โดยในอดีต ปีที่เกิดเอลนีโญมักเป็นปีที่โลกทำสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ช่วงปลายปี 2026 เท่านั้น แต่มีแนวโน้มจะส่งผลต่อสภาพอากาศในหลายภูมิภาคต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters