สหรัฐฯร้อนระอุรับวันชาติ โดมความร้อนแผ่ปกคลุม 36 รัฐ หลายเมืองทะลุ 40 องศาฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯร้อนระอุรับวันชาติ โดมความร้อนแผ่ปกคลุม 36 รัฐ หลายเมืองทะลุ 40 องศาฯ

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหญ่ที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศ ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 250 ล้านคน ในเกือบ 36 รัฐ ในช่วงก่อนและระหว่างวันชาติสหรัฐฯ หรือ วันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม โดยนักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากความร้อน


ศูนย์พยากรณ์อากาศ AccuWeather ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Dome) ซึ่งเป็นบริเวณความกดอากาศสูงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่เป็นเวลาหลายวัน ทำให้อากาศร้อนสะสมอยู่ใกล้พื้นผิวโลก ขณะที่แสงแดดจัดและความชื้นสูงยิ่งเพิ่มความรุนแรงของสภาพอากาศ


อุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ตั้งแต่รัฐแถบเกรตเพลนส์ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและอ่าวเม็กซิโก คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 32-41 องศาเซลเซียส ในช่วงวันชาติสหรัฐฯ โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 6-11 องศาเซลเซียส


ส่วนที่นครนิวยอร์กอาจเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นอันดับ 6 นับตั้งแต่ปี 2543 และมีโอกาสที่อุณหภูมิในเซ็นทรัลพาร์ก จะแตะ 37.8 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี


สรุปข่าว

วันที่ 4 ก.ค.วันชาติสหรัฐฯ ปีนี้อาจไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการฉลองที่สบายเหมือนทุกปี เมื่อชาวอเมริกันกว่า 250 ล้านคนต้องเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" ที่ปกคลุมพื้นที่เกือบ 36 รัฐ ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ เสี่ยงทั้งโรคลมแดด ระบบไฟฟ้ารับภาระหนัก และกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนที่ออกมาร่วมกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงวันหยุดยาว

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหญ่ที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศ ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 250 ล้านคน ในเกือบ 36 รัฐ ในช่วงก่อนและระหว่างวันชาติสหรัฐฯ หรือ วันประกาศอิสรภาพ 4 กรกฎาคม โดยนักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากความร้อน


ศูนย์พยากรณ์อากาศ AccuWeather ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Dome) ซึ่งเป็นบริเวณความกดอากาศสูงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่เป็นเวลาหลายวัน ทำให้อากาศร้อนสะสมอยู่ใกล้พื้นผิวโลก ขณะที่แสงแดดจัดและความชื้นสูงยิ่งเพิ่มความรุนแรงของสภาพอากาศ


อุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ตั้งแต่รัฐแถบเกรตเพลนส์ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและอ่าวเม็กซิโก คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 32-41 องศาเซลเซียส ในช่วงวันชาติสหรัฐฯ โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 6-11 องศาเซลเซียส


ส่วนที่นครนิวยอร์กอาจเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นอันดับ 6 นับตั้งแต่ปี 2543 และมีโอกาสที่อุณหภูมิในเซ็นทรัลพาร์ก จะแตะ 37.8 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี


นอกจากอุณหภูมิช่วงกลางวันที่ร้อนจัดแล้ว หลายเมืองใหญ่ยังเผชิญคืนที่ร้อนผิดปกติ โดยอุณหภูมิช่วงกลางคืนอาจไม่ต่ำกว่า 26.7 องศาเซลเซียส ติดต่อกันหลายคืน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะในนครนิวยอร์กที่เช้าวันพฤหัสบดี อุณหภูมิต่ำสุดยังสูงถึง 27.8 องศาเซลเซียส


นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ความร้อนสะสมในเขตเมืองยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากพื้นถนน คอนกรีต และอาคารดูดซับความร้อนในเวลากลางวัน ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยความร้อนออกมาตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ผู้ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศต้องเผชิญความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้น


ขณะเดียวกัน ดัชนีอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง ซึ่งคำนึงถึงความชื้น แสงแดด และลม คาดว่าจะสูงกว่า 37.8 องศาเซลเซียส หลายชั่วโมงในแต่ละวัน และในบางเมืองใหญ่ ผู้คนอาจรู้สึกเหมือนอากาศร้อนเกิน 43 องศาเซลเซียส ติดต่อกันหลายวัน


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายหนัก เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะอ่อนเพลียจากความร้อนและโรคลมแดด (Heatstroke)


นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศในหลายรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกตอนกลาง คาดว่าจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนบางพื้นที่อาจต้องเผชิญความเสี่ยงต่อการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังของระบบ และอาจเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง หากโครงข่ายไฟฟ้าไม่สามารถรองรับความต้องการได้


ด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงต่อเนื่องอาจทำให้ถนนยางมะตอยอ่อนตัว รางรถไฟโก่งตัว และกระทบต่อระบบขนส่งในหลายพื้นที่


สำหรับแนวโน้มหลังวันชาติ นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า กระแสลมเจ็ตสตรีมจะเริ่มเปลี่ยนทิศทางในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้โดมความร้อนค่อย ๆ หดตัวจากทางตอนเหนือ พร้อมเปิดทางให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงบริเวณขอบของโดมความร้อน ซึ่งอาจมีทั้งฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และสภาพอากาศแปรปรวน


อย่างไรก็ตาม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลงในภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า แต่แบบจำลองสภาพอากาศชี้ว่า มวลอากาศร้อนลูกใหม่อาจก่อตัวขึ้นเหนือรัฐโอคลาโฮมา เท็กซัส มิสซูรี อาร์คันซอ และลุยเซียนา ก่อนขยายตัวไปยังพื้นที่ภายในทางตะวันตกของประเทศ ขณะที่ภาคตะวันออกมีแนวโน้มเผชิญอากาศเย็นลง พร้อมฝนและพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : Accuweather

ที่มารูปภาพ : Cheney Orr/Reuters