“ดีเปรสชัน” ลูกใหม่จ่อแรงขึ้น มุ่งซัดเกาะไหหลำ-เวียดนาม-จีนตอนใต้ ทำไทยฝนเพิ่มขึ้น 4-6 ก.ค.นี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ดีเปรสชัน” ลูกใหม่จ่อแรงขึ้น มุ่งซัดเกาะไหหลำ-เวียดนาม-จีนตอนใต้	 ทำไทยฝนเพิ่มขึ้น 4-6 ก.ค.นี้

ศูนย์ติดตามพายุเขตร้อนของฟิลิปปินส์รายงานว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง Invest 96W ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 มีศูนย์กลางอยู่กลางทะเลจีนใต้ กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 


นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุลูกนี้ยังมีโครงสร้างไม่สมบูรณ์และจัดระเบียบตัวได้ไม่ดี กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางด้านใต้และตะวันตกของศูนย์กลาง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมเฉือนกำลังแรงจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับอากาศแห้งที่แทรกตัวลงมาจากจีน ทำให้พายุไม่สามารถทวีกำลังได้มากนัก


สรุปข่าว

พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นโซนร้อนเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหากเป็นโซนร้อนจะมีชื่อว่า “ไมสัก” โดยพายุจะมุ่งหน้าสู่เกาะไหหลำของจีนในช่วงวันศุกร์ถึงวันเสาร์ จากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วจนสลายตัวภายในวันอาทิตย์ ซึ่งพายุลูกนี้จะส่งผลทำให้บริเวณโดยรอบทั้งเวียดนามตอนบน ตอนใต้ของจีน รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า มีฝนตกหนักได้ ซึ่งถึงแม้ทิศทางของพายุจะไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยแต่อิทธิพลของพายุจะทำให้ช่วงวันที่ 4-6 ก.ค.นี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นได้

ศูนย์ติดตามพายุเขตร้อนของฟิลิปปินส์รายงานว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง Invest 96W ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 มีศูนย์กลางอยู่กลางทะเลจีนใต้ กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 


นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุลูกนี้ยังมีโครงสร้างไม่สมบูรณ์และจัดระเบียบตัวได้ไม่ดี กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางด้านใต้และตะวันตกของศูนย์กลาง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมเฉือนกำลังแรงจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับอากาศแห้งที่แทรกตัวลงมาจากจีน ทำให้พายุไม่สามารถทวีกำลังได้มากนัก


แบบจำลองสภาพอากาศส่วนใหญ่ประเมินว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า พายุจะมีความรุนแรงขึ้นเล็กน้อย และเมื่อพายุทวีกำลังแรงเป็นโซนร้อนจะมีชื่อว่า “ไมสัก” เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ตั้งโดยประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นจะค่อย ๆ เลี้ยวขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือและมุ่งหน้าสู่เกาะไหหลำของจีนในช่วงวันศุกร์ถึงวันเสาร์ จากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของจีนและอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วจนสลายตัวภายในวันอาทิตย์


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าความรุนแรงของลม คือปริมาณฝนจำนวนมากที่พายุจะนำเข้ามา โดยคาดว่าชายฝั่งตะวันออกของเวียดนามและเกาะไหหลำจะเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่ช่วงปลายวันศุกร์ต่อเนื่องถึงวันเสาร์ ก่อนที่แนวฝนจะขยายตัวขึ้นไปยังภาคใต้ของจีน รวมถึงพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเวียดนามในวันอาทิตย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ได้


ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเฝ้าระวังหรือเตือนภัยสำหรับพายุลูกนี้ แต่ประชาชนในพื้นที่เวียดนามตอนเหนือ เกาะไห่หนาน มณฑลทางตอนใต้ของจีน รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักอาจสร้างผลกระทบในวงกว้างช่วงปลายสัปดาห์นี้


อย่างไรก็ตาม เมื่อพายุเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไหหลำ ก็จะดึงให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 4-6 ก.ค.นี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นได้ 

ที่มาข้อมูล : PAGASA

ที่มารูปภาพ : Windy