สัญญาณพายุเริ่มชัด! เปิดสถิติ 75 ปี เดือนมิ.ย.จุดเริ่มต้นฤดูพายุเข้าไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X

เดือนมิถุนายนถือเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ โดยนอกจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศแล้ว ยังเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลพายุหมุนเขตร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อนหน้า แม้จะยังไม่ใช่ช่วงพีคของฤดูพายุ แต่ก็เป็นเดือนที่ต้องเริ่มเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


จากสถิติพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตลอด 75 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี พ.ศ. 2494-2568 พบว่า ในเดือนมิถุนายนมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยรวม 7 ลูก แบ่งเป็นพายุดีเปรสชัน 6 ลูก และพายุโซนร้อน 1 ลูก สะท้อนให้เห็นว่าเดือนมิถุนายนยังไม่ใช่ช่วงที่มีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมากนัก เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีสถิติพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศสูงที่สุดของปี


สรุปข่าว

“ข้อมูลย้อนหลังตลอด 75 ปีที่ผ่านมา พบว่า เดือนมิถุนายนเคยมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว 7 ลูก โดยส่วนใหญ่มักก่อตัวในทะเลจีนใต้ก่อนเคลื่อนผ่านเวียดนามและลาวเข้าสู่ไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านที่ช่วยเติมน้ำต้นทุนให้ภาคเกษตรและแหล่งกักเก็บน้ำ รวมถึงความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมในปีที่มีฝนตกชุกกว่าปกติ”

เดือนมิถุนายนถือเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ โดยนอกจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศแล้ว ยังเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลพายุหมุนเขตร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อนหน้า แม้จะยังไม่ใช่ช่วงพีคของฤดูพายุ แต่ก็เป็นเดือนที่ต้องเริ่มเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


จากสถิติพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตลอด 75 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี พ.ศ. 2494-2568 พบว่า ในเดือนมิถุนายนมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยรวม 7 ลูก แบ่งเป็นพายุดีเปรสชัน 6 ลูก และพายุโซนร้อน 1 ลูก สะท้อนให้เห็นว่าเดือนมิถุนายนยังไม่ใช่ช่วงที่มีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมากนัก เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีสถิติพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศสูงที่สุดของปี


ข้อมูลทางสถิติยังพบว่า พายุหมุนเขตร้อนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในเดือนมิถุนายนส่วนใหญ่มักก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตอนบนของประเทศเวียดนาม จากนั้นเคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และเคลื่อนต่อไปยังพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักที่พบได้บ่อยที่สุดในช่วงต้นฤดูพายุ


ขณะที่เส้นทางรองที่พบเป็นบางปี คือ พายุจะก่อตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ใกล้ชายฝั่งเวียดนามตอนล่าง ก่อนเคลื่อนตัวผ่านประเทศกัมพูชาและเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณรอยต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างกับภาคตะวันออก ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า แม้พายุที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมิถุนายนส่วนใหญ่จะมีกำลังไม่รุนแรงมากนักและมักอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำหลังขึ้นฝั่ง แต่พายุหมุนเขตร้อนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณฝนสะสมให้กับประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก


ทั้งนี้ ผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละปี หากเป็นปีที่มีปริมาณน้ำฝนมากอยู่แล้ว การเข้ามาของพายุอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ แต่ในปีที่เผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงหรือภัยแล้ง พายุหมุนเขตร้อนกลับมีบทบาทสำคัญในการเติมน้ำให้แหล่งกักเก็บน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นแก่พื้นที่เกษตรกรรม ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำได้เป็นอย่างดี


แม้สถิติจะชี้ว่าเดือนมิถุนายนยังไม่ใช่ช่วงที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบ่อยครั้ง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของฤดูกาลพายุประจำปี ซึ่งหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพายุแต่ละลูกสามารถส่งผลต่อปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญตลอดช่วงฤดูฝนที่เหลือของปี

ที่มาข้อมูล : TNN EARTH

ที่มารูปภาพ : TNN EARTH