“เอลนีโญ” จ่อปกคลุมอาเซียน เตือนร้อนระอุทั้งปี ฝนหาย พายุลด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอลนีโญ” จ่อปกคลุมอาเซียน เตือนร้อนระอุทั้งปี  ฝนหาย พายุลด!

หลังจากหลายประเทศทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนักอุตุนิยมวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" จะกลับมาอีกครั้งในปี 2026 และอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนอยู่ในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมากในช่วงครึ่งหลังของปี

 

รายงานฉันทามติจากการประชุม ASEAN Climate Outlook Forum ครั้งที่ 26 (ASEANCOF26) ระบุว่า แบบจำลองสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่คาดการณ์ตรงกันว่า เอลนีโญระดับปานกลางมีแนวโน้มก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2026 ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้เอลนีโญจะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลกระทบหนักขึ้นเสมอไป แต่ผลกระทบที่มักเกิดควบคู่กับปรากฏการณ์ดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มปรากฏอย่างชัดเจน ทั้งอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย สภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น และจำนวนพายุหมุนเขตร้อนที่ลดลง


สรุปข่าว

ASEANCOF26 ระบุว่า “เอลนีโญ” ระดับปานกลางจะเริ่มก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ก่อนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเป็นระดับรุนแรงถึงรุนแรงมากในช่วงที่เหลือของปี ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อากาศร้อนกว่าปกติ สภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น และจำนวนพายุหมุนเขตร้อนลดลง แม้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีแนวโน้มเริ่มต้นใกล้เคียงช่วงเวลาปกติ หลายพื้นที่ในภูมิภาค โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ตอนใต้ บรูไน และสิงคโปร์ อาจเผชิญฝนน้อยกว่าปกติ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดปี 2569

หลังจากหลายประเทศทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนักอุตุนิยมวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" จะกลับมาอีกครั้งในปี 2026 และอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนอยู่ในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมากในช่วงครึ่งหลังของปี

 

รายงานฉันทามติจากการประชุม ASEAN Climate Outlook Forum ครั้งที่ 26 (ASEANCOF26) ระบุว่า แบบจำลองสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่คาดการณ์ตรงกันว่า เอลนีโญระดับปานกลางมีแนวโน้มก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2026 ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้เอลนีโญจะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลกระทบหนักขึ้นเสมอไป แต่ผลกระทบที่มักเกิดควบคู่กับปรากฏการณ์ดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มปรากฏอย่างชัดเจน ทั้งอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย สภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น และจำนวนพายุหมุนเขตร้อนที่ลดลง


สำหรับฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปี 2026 คาดว่าจะเริ่มต้นใกล้เคียงกับช่วงเวลาปกติในประเทศส่วนใหญ่ของภูมิภาค ยกเว้นเวียดนามและ สปป.ลาว ที่อาจเข้าสู่ฤดูมรสุมล่าช้ากว่าปกติ ขณะที่กำลังของมรสุมมีแนวโน้มอยู่ในระดับปกติหรือสูงกว่าปกติในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ด้านพายุหมุนเขตร้อน รายงานระบุว่าภูมิภาคอาจมีจำนวนพายุเกิดขึ้นน้อยกว่าค่าเฉลี่ย หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ ซึ่งเป็นลักษณะที่มักพบในช่วงเอลนีโญ เนื่องจากสภาพบรรยากาศเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกไม่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุจำนวนมากเหมือนในช่วงลานีญา


ในส่วนของปริมาณฝน ภาคใต้ของฟิลิปปินส์ บรูไนดารุสซาลาม และสิงคโปร์ มีแนวโน้มได้รับฝนน้อยกว่าปกติ ขณะที่ประเทศในแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย อาจมีปริมาณฝนแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ตั้งแต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไปจนถึงสูงกว่าค่าเฉลี่ย


ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของภูมิภาคถูกคาดการณ์ว่าจะสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะหลายพื้นที่ของเมียนมาและเวียดนามที่อาจเผชิญกับสภาพอากาศร้อนยาวนานมากขึ้น ส่งผลต่อการใช้น้ำ ภาคเกษตรกรรม และความเสี่ยงด้านสาธารณสุขจากคลื่นความร้อน


แม้การกลับมาของเอลนีโญในปี 2026 จะยังอยู่ในระยะติดตามประเมินผล แต่สัญญาณจากแบบจำลองภูมิอากาศกำลังสะท้อนให้เห็นว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับปีที่อากาศร้อนขึ้น ความแปรปรวนของฝนเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ การเกษตร และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้างตลอดช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ที่มาข้อมูล : WMO

ที่มารูปภาพ : WMO