“วิกฤตน้ำโลก” น่าเป็นห่วง คนกว่า 2.1 พันล้านคน ยังเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
“วิกฤตน้ำโลก” น่าเป็นห่วง คนกว่า 2.1 พันล้านคน ยังเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด!

ปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลก ท่ามกลางผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำในหลายภูมิภาค


รายงานการพัฒนาทรัพยากรน้ำโลกขององค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2569 ระบุว่า ปัจจุบันยังมีประชากรราว 2.1 พันล้านคนทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่ได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย ขณะที่ภาระส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งต้องใช้เวลารวมกันกว่า 250 ล้านชั่วโมงต่อวันในการเดินทางไปเก็บน้ำมาใช้ในครัวเรือน


นอกจากนี้ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเมินว่า ประชากรโลกประมาณ 4 พันล้านคน หรือเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด ต้องเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงอย่างน้อยหนึ่งเดือนในแต่ละปี สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่แห้งแล้ง แต่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น


สรุปข่าว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง และอุณหภูมิที่สูงขึ้น กำลังซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนน้ำทั่วโลก ขณะที่ประชากรกว่า 2.1 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยได้อย่างเพียงพอ องค์กรด้านน้ำเร่งผลักดันโครงการช่วยเหลือเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลแก่ครัวเรือนที่ขาดแคลน

ปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลก ท่ามกลางผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำในหลายภูมิภาค


รายงานการพัฒนาทรัพยากรน้ำโลกขององค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2569 ระบุว่า ปัจจุบันยังมีประชากรราว 2.1 พันล้านคนทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่ได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย ขณะที่ภาระส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งต้องใช้เวลารวมกันกว่า 250 ล้านชั่วโมงต่อวันในการเดินทางไปเก็บน้ำมาใช้ในครัวเรือน


นอกจากนี้ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเมินว่า ประชากรโลกประมาณ 4 พันล้านคน หรือเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด ต้องเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงอย่างน้อยหนึ่งเดือนในแต่ละปี สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่แห้งแล้ง แต่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น


องค์กรไม่แสวงหากำไร Water.org ซึ่งก่อตั้งร่วมกันโดยนักแสดงชื่อดังอย่าง Matt Damon และนักธุรกิจ Gary White กำลังดำเนินโครงการเพื่อช่วยให้ครัวเรือนที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาล โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2552 องค์กรได้ช่วยเหลือผู้คนมากกว่า 90 ล้านคนให้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดหรือบริการสุขาภิบาลที่ดีขึ้น


ล่าสุด Water.org เปิดตัวโครงการ “Get Blue” เพื่อระดมทุนสนับสนุนการเข้าถึงน้ำสะอาด ผ่านความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ศิลปิน และผู้มีอิทธิพลทางสังคม โดยรายได้จากการบริจาคหรือการซื้อสินค้าที่ร่วมโครงการจะถูกนำไปสนับสนุนสถาบันการเงินท้องถิ่นในการปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กให้ครัวเรือนนำไปติดตั้งระบบประปา ปั๊มน้ำ หรือปรับปรุงสุขาภิบาลภายในบ้าน


องค์กรระบุว่าแนวทางดังกล่าวเป็นระบบ “ส่งต่อโอกาส” เนื่องจากเมื่อครัวเรือนชำระคืนเงินกู้ เงินดังกล่าวจะสามารถนำไปช่วยเหลือครอบครัวอื่นต่อได้ โดยมีอัตราการชำระคืนสูงถึง 98%


ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดใกล้บ้านช่วยลดเวลาในการเดินทาง ลดความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากน้ำปนเปื้อน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน


ทั้งนี้ วิกฤตน้ำมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภัยแล้งอาจทำให้บ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำแห้งขอด คลื่นความร้อนเพิ่มความต้องการใช้น้ำ ขณะที่น้ำท่วมสามารถปนเปื้อนระบบน้ำดื่ม และรูปแบบฝนที่เปลี่ยนแปลงยังทำให้ความมั่นคงด้านน้ำลดลงในหลายพื้นที่ทั่วโลก


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่มีการลงทุนและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนอีกหลายพันล้านคนอาจต้องเผชิญความยากลำบากในการเข้าถึงน้ำสะอาดมากขึ้นในอนาคต ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : Water.org

ที่มารูปภาพ : Envato