
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งพบปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าบางพื้นที่มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำทะเลลดลงจนเหลือศูนย์ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง และสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้มีความรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ สะท้อนถึงความผิดปกติของระบบนิเวศทางทะเลที่น่าเป็นห่วง
สรุปข่าว
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งพบปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าบางพื้นที่มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำทะเลลดลงจนเหลือศูนย์ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ปลาตายน้ำแดง และสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้มีความรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ สะท้อนถึงความผิดปกติของระบบนิเวศทางทะเลที่น่าเป็นห่วง
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะโลกร้อนและการก่อตัวของ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลในวงกว้าง ทั้งการฟอกขาวของปะการัง การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเสียหายต่อทรัพยากรประมง
ขณะที่องค์กรด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลกกำลังจับตาความเป็นไปได้ของการเกิดซูเปอร์เอลนีโญ หลังในช่วงปี 2566-2567 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกสูงกว่าค่าปกติราว 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับเอลนีโญปานกลางถึงรุนแรง และก่อให้เกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวในหลายพื้นที่ทั่วโลกกว่าร้อยละ 80
ดร.ธรณ์ เผยว่าหากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าค่าปกติตั้งแต่ 2 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะถือว่าเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ และคาดการณ์ว่าในปีนี้มีแนวโน้มสูงที่จะทะลุระดับดังกล่าว ส่งผลให้ระบบนิเวศทางทะเลที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากผลกระทบเมื่อ 2 ปีก่อน ต้องเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ พร้อมแสดงความกังวลหากความถี่ของการเกิดเอลนีโญในช่วงหลังมีแนวโน้มถี่ขึ้น จากเดิมที่มักเกิดห่างกันประมาณ 6 ปี แต่ปัจจุบันกลับเว้นช่วงเพียงไม่ถึง 2 ปี ทำให้ธรรมชาติและระบบนิเวศมีเวลาฟื้นตัวน้อยลง และอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต
- จับตา "ซูเปอร์เอลนีโญ" ไทยเสี่ยงแล้งหนักสุดในรอบ 140 ปี คาดบางพื้นที่ฝนหาย 40%
- เตรียมรับมือแล้ง-น้ำท่วม แม้เข้าสู่ "เอลนีโญ"
- เอลนีโญเริ่ม มิ.ย.นี้แล้ว! ครึ่งปีหลัง “อากาศสุดขั้ว” อาจรุนแรงกว่าปกติ
- จับตา “ก็อตซิลลาเอลนีโญ” ปลายปีฝนอาจลดลงเกือบ 40% ไทยเสี่ยงแล้ง-ไฟป่า-ผลผลิตเกษตรวูบ
- ไทยจับตา "ซูเปอร์เอลนีโญ" สทนช.คาดฝนลด ปลายปีเสี่ยงแล้งหนัก
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : GettyImages
