ชาวนา “อุทัยธานี” ถือฤกษ์วันพืชมงคล เริ่มการเพาะปลูก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชาวนา “อุทัยธานี” ถือฤกษ์วันพืชมงคล เริ่มการเพาะปลูก

ที่จังหวัดอุทัยธานี บรรยากาศวันพืชมงคล เป็นไปอย่างคึกคัก หลังเกษตรกรหลายครอบครัวถือฤกษ์ดีเริ่มต้นฤดูกาลทำนาปี  โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านหาดทะนง ตำบลหาดทนง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ลงมือเพาะปลูก เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ ว่าจะช่วยให้พืชผลเจริญงอกงามและได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ในการเริ่มต้นฤดูกาลปีนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวสู่ "เกษตรสมัยใหม่" โดยมีลำดับขั้นตอนการทำนาที่เน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานทางเลือก เกษตรกรในพื้นที่ได้เริ่มนำนวัตกรรมมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมน้ำ โดยมีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อขับเคลื่อนสูบน้ำจากบ่อบาดาลแทนการใช้น้ำมันหรือไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาวได้อย่างมหาศาล 

สรุปข่าว

ชาวนาหลายพื้นที่เริ่มลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงนารับวันพืชมงคล ซึ่งเชื่อเป็นฤกษ์ดีของการเริ่มต้นเพาะปลูก โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ได้ผลผลิตดี มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดฤดูกาล โดยปัจจุบันเกษตรเปลี่ยนมาใช้วิธีการปักดำ เนื่องจากสามารถแก้ปัญหา “ข้าวดีด” และวัชพืชได้ จึงทำให้การบริหารจัดการแปลงนาทำได้ง่ายขึ้น

ที่จังหวัดอุทัยธานี บรรยากาศวันพืชมงคล เป็นไปอย่างคึกคัก หลังเกษตรกรหลายครอบครัวถือฤกษ์ดีเริ่มต้นฤดูกาลทำนาปี  โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านหาดทะนง ตำบลหาดทนง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ลงมือเพาะปลูก เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ ว่าจะช่วยให้พืชผลเจริญงอกงามและได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ในการเริ่มต้นฤดูกาลปีนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวสู่ "เกษตรสมัยใหม่" โดยมีลำดับขั้นตอนการทำนาที่เน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานทางเลือก เกษตรกรในพื้นที่ได้เริ่มนำนวัตกรรมมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมน้ำ โดยมีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อขับเคลื่อนสูบน้ำจากบ่อบาดาลแทนการใช้น้ำมันหรือไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาวได้อย่างมหาศาล 

ปัจจุบันเทรนด์การทำนาได้เปลี่ยนจากการ "นาหว่าน" มาเป็น "นาดำ" หรือการปักดำมากขึ้น โดยเกษตรกรนิยมจ้างรถดำนาเข้ามาดำเนินการแทนแรงงานคน ซึ่งในวันพืชมงคลปีนี้ นายนุกุล คำแสง อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจรถดำนา “วิชัยกล้าซิ่ง” แห่งตำบลหาดทนง กล่าวถึงคิวงานว่า มีคิวจ้างงานหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยอัตราค่าบริการรถดำนามี 2 รูปแบบ คือค่าบริการ 1,100 บาทต่อไร่ กรณีเจ้าของนาจัดหาต้นกล้ามาเอง และค่าบริการ 1,300 บาทต่อไร่ กรณีให้ผู้ให้บริการจัดหาพันธุ์ข้าวและเพาะกล้าให้เสร็จสรรพ เหตุผลหลักที่เกษตรกรเปลี่ยนมาใช้วิธีการปักดำเนื่องจากสามารถแก้ปัญหา "ข้าวดีด" และวัชพืชได้ดีกว่าการทำนาหว่าน 

จึงทำให้การบริหารจัดการแปลงนาทำได้ง่ายขึ้น แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าในแง่ของการดูแลรักษา อีกทั้งการใช้รถดำนายังช่วยย่นระยะเวลาการเติบโตในนา ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วขึ้น จากเดิมที่นาหว่านต้องใช้เวลาประมาณ 120 วัน จะเหลือเพียงประมาณ 100 วันเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ข้าว) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาฝนทิ้งช่วงได้อีกทางหนึ่ง การปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาโดยผนวกเอาความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเกษตรกรไทยในการสร้างความมั่นคงในอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน อีกด้วย